เชิญทุกท่านที่สนใจสมัครเข้าอบรมในวันอาทิตย์ครับ ... คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและลงทะเบียน

Arrow up
Arrow down
Print
Parent Category: Training Manuals
Category: Excel Expert Tips Tricks and Traps Manual

ขนาดผมใช้สูตร Array มานานนับสิบปี สร้างสูตร Array เพื่อใช้กับงานมาสารพัดชนิด ตอบคำถามเรื่อง Array ใน Excel Expert Forum ซ้ำแล้วซ้ำอีกนับเป็นพันๆครั้ง แต่ก็ยังมีสูตร Array อีกเยอะที่ผมเห็นแล้วต้องถอนหายใจ ไม่สามารถแกะที่ไปที่มาของลำดับการคำนวณที่ใช้ในสูตร Array เหล่านั้น เพราะเป็นสูตรที่คนอื่นสร้างขึ้น ถ้าคนที่สร้างสูตร เขาไม่ได้เขียนอธิบายแนวคิดประกอบสูตรไว้ด้วย ย่อมทำให้ผู้อื่นคิดถามในใจว่า “เขาสร้างสูตรยากๆยาวๆแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน” แล้วถ้าเราได้แต่ลอกเอาสูตรของคนอื่นมาใช้ ก็ได้แต่ใช้ ไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขสูตรที่ลอกมาเพื่อปรับให้เข้ากับเงื่อนไขในงาน วันหนึ่งเราก็จะหน้าแตก เมื่อถูกจับได้ว่าไม่ได้เก่งจริง “อ้อ ลอกสูตรเขามานี่เอง” ดังนั้นถ้าจะคิดใช้สูตร Array ต้องหาทางสร้างสูตรเองให้เป็น แม้สูตร Array ที่สร้างขึ้นเองเป็นสูตรยาวกว่าสูตรของคนอื่นก็ตาม

สูตร Array สูตรแรกๆที่ทำให้ผมเกิดความประทับใจแล้วเกิดแรงบันดาลใจให้อยากเรียนรู้เรื่องสูตร Array มากขึ้น เป็นสูตรที่ใช้คำนวณหาจำนวน Unique Items หรือนับจำนวนชื่อรายการที่ไม่ซ้ำกัน

{=SUM(1/CountIF(DataRange,DataRange))}

สมมติว่าใน DataRange บันทึกชื่อลูกค้าไว้ตามนี้ aa, bb, aa, cc, bb สูตรนี้จะหาคำตอบเป็นเลข 3 ซึ่งหมายถึงการนับชื่อลูกค้าว่ามีอยู่ 3 คน คือ aa, bb, และ cc แต่กว่าจะหาทางสร้างสูตรให้ทำงานได้ก็ต้องทราบก่อนว่าเครื่องหมายวงเล็บปีกกา { } ที่เห็นอยู่ด้านหน้าสุดและด้านท้ายสุดของสูตรนั้น ไม่ใช่เครื่องหมายวงเล็บปีกกาที่พิมพ์เอง แต่เกิดจากการกดปุ่ม Ctrl+Shift+Enter พร้อมกันและห้ามมีช่องว่างใน DataRange ด้วย

ตอนที่ผมเห็นสูตรนี้ก็คิดไม่ออกว่ามันใช้หลักการใดในการคำนวณ แต่พออ่านคำอธิบายที่มากับสูตรจึงเข้าใจ สูตรนี้เป็นการหายอดรวมของค่าเฉลี่ยต่อตัวของแต่ละรายการใน DataRange กล่าวคือ ถ้านับจำนวนชื่อแต่ละชื่อใน DataRange aa, bb, aa, cc, bb จะพบจำนวนของการซ้ำกันดังนี้

เมื่อรวมค่าเฉลี่ยต่อตัวเข้าด้วยกัน จาก DataRange aa, bb, aa, cc, bb =1/2+1/2+1/2+1+1/2 จะได้คำตอบเป็นจำนวนของ Unique Items เท่ากับ 3

จวบจนปัจจุบันนี้ยังตามหาคนที่คิดสร้างสูตรยอดเยี่ยมนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกไม่พบว่าเป็นใคร ยังดีที่มีคำอธิบายประกอบสูตรนี้ไว้ด้วย

Author: สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติEmail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.