1. ช่อง Name Box แสดงได้เฉพาะชื่อ Range Name ที่อยู่ในแฟ้มนั้นเท่านั้น
  2. การค้นหาตำแหน่งเซลล์หรือตารางที่ตั้งชื่อไว้ ให้ใช้ Name Box หรือกดปุ่ม F5 เพื่อเลือกชื่อที่แสดงไว้หรือพิมพ์ชื่อที่ทราบลงไปเองก็ได้
  3. หากต้องการ Copy ชื่อตำแหน่งอ้างอิงไปใช้ที่แฟ้มอื่นให้มีชื่อแบบเดียวกัน ให้เลือก Copy พื้นที่ตารางทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและสูตรไปด้วยกัน (ซึ่งหมายถึง พื้นที่ตารางที่ระบุไว้ในตำแหน่งอ้างอิง และเซลล์สูตรที่อ้างถึงชื่อตำแหน่งอ้างอิงซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เลือกนั้นด้วย) จากนั้นให้ Paste ลงไปในแฟ้มใหม่ตามตำแหน่งเดิมของพื้นที่ตารางที่ Copy มา แล้วจึงสั่งย้ายไปที่อื่นในภายหลังตามต้องการ
  4. เซลล์เดียวมีชื่อได้หลายชื่อ แต่ช่อง Name Box แสดงชื่อแรกที่ตั้งตามลำดับตัวอักษร เช่น เซลล์ A1 ตั้งชื่อ Range Name ไว้หลายชื่อทั้ง Income, Sales, และ Revenue จะพบว่าเมื่อคลิกเข้าไปที่เซลล์ A1 ในช่อง Name Box จะแสดงว่ามีชื่อว่า Income เพราะตัวอักษร I มาก่อนตัวอักษร R หรือ S แต่ถ้าไล่ดูรายชื่อใน Name Box จะพบชื่ออื่นแสดงไว้ด้วย
  5. ตัวชื่อ Range Name กับตำแหน่งอ้างอิงในช่อง Refers to: ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแฟ้มเดียวกันก็ได้ โดยเราสามารถตั้งชื่อไว้ในแฟ้มหนึ่ง แต่กำหนดให้ตำแหน่ง Refers to: ไปอยู่ในแฟ้มอื่นได้ โดยใช้ Mouse คลิกเลือกตำแหน่งตารางในแฟ้มอื่นก็จะได้ตำแหน่งที่ต้องการมาใส่ในช่อง Refers to: ให้เอง
  6. หาก Cut ตารางที่ตั้งชื่อ Range Name เอาไว้ไปวางไว้ในแฟ้มอื่น จะทำให้ตัวชื่อ Range Name ยังอยู่ในแฟ้มเดิม แต่ตำแหน่งอ้างอิงในช่อง Refers to: จะย้ายตามไปที่แฟ้มอื่น และยังส่งผลให้ช่อง Name Box ไม่แสดงชื่อ Range Name นั้นอีกต่อไป (โดยยังคงดูชื่อทุกประเภทได้จากคำสั่ง Formulas > Name Manager)
  7. หากต้องการหาค่า ณ ตำแหน่งเซลล์ที่ตัดกันของตารางที่ตั้งชื่อไว้ (Intersection) ให้ใช้สูตรที่มีเครื่องหมายวรรคคั่นระหว่างชื่อ เช่น =Top Left จะได้ค่าจากเซลล์ที่ที่ตำแหน่งตัดกันของ Top ตัดกับ Left
  8. หากต้องการสร้างสูตรที่อ้างถึงตำแหน่งอ้างอิงในตารางโดยตรง โดยไม่ต้องการให้สูตรที่เกิดขึ้นใช้ชื่อ Range Name ให้เริ่มจากเลือกเซลล์ตั้งแต่ 2 เซลล์ขึ้นไปไว้ก่อนแล้วจึงพิมพ์ = แล้วคลิกเลือกเซลล์ จะได้สูตรที่มีตำแหน่งอ้างอิงโดยไม่อ้างถึงชื่อ Range Name
  9. Formula Name ที่ใช้ตำแหน่งอ้างอิงที่ไม่ใช่ Absolute Reference ในบางกรณีจะไม่คำนวณตามค่าตัวแปรที่เปลี่ยนไป ซึ่งแก้ไขได้โดยปรับสูตรให้คำนวณร่วมกับสูตร Now() หรือ Today() เช่น Sum3Above ใช้ Refers to: =SUM(Sheet1!C9:C11)*Now()/Now()
  10. ชื่อที่ตั้งไว้จะถูกเก็บไว้ในแฟ้มที่ใช้ตั้งชื่อเท่านั้น หากต้องการทำให้แฟ้มใหม่มีชื่อที่ตั้งไว้แบบเดียวกับแฟ้มเดิม ให้ Copy เซลล์สูตรที่ใช้ชื่อในการอ้างอิงถึงตำแหน่งเซลล์ไปพร้อมกับเซลล์ที่ถูกตั้งชื่อไว้ไปด้วยกัน และในการสั่ง Paste ในแฟ้มใหม่ ต้อง Paste ลงไปในตำแหน่งเดิมด้วย จึงจะทำให้แฟ้มใหม่เกิดชื่อและมีตำแหน่งอ้างอิงถูกต้องตามแฟ้มเดิม
Author: สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติEmail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

E-Learning

Go to top