กราฟของ Excel แตกต่างจากกราฟของโปรแกรมอื่น เนื่องจากกราฟของ Excel สร้างขึ้นโดยใช้สูตร แม้โดยทั่วไปเมื่อเปลี่ยนแปลงค่าในตารางจะส่งผลทำให้กราฟเปลี่ยนแปลงตาม แต่กราฟของ Excel มีความสามารถเหนือกว่านั้น หากปรับสูตรของกราฟให้ตัวสูตรเองมีความยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่งอ้างอิงจากตาราง หรือเป็นสูตรซ้อนสูตรเพื่อคำนวณค่าที่ต่างไปจากค่าในตาราง กราฟที่สร้างขึ้นจะกลายเป็นกราฟที่ยืดได้หดได้ (Dynamic Chart) หรือสามารถนำไปใช้แสดงภาพที่เหนือกว่าที่คิดกันว่าทำได้

 

ภาพที่เห็นเหล่านี้เป็นกราฟที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ไทย เส้นกราฟทุกเส้นไม่ว่าจะเป็นเส้นโค้ง วงกลม หรือเส้นตรง เป็นผลจากการใช้สูตรคำนวณ ทำให้เส้นกราฟจะปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ (download แฟ้มได้จาก http://www.excelexperttraining.com/b...tion000641.php)

โครงสร้างสูตรของเส้นกราฟ

วิธีเรียนรู้สูตรของกราฟ ทำได้ด้วยตนเองโดยเริ่มจากการทดลองสร้างกราฟขึ้นมาแล้วคลิกลงไปที่เส้นกราฟจะพบสูตร Series แสดงขึ้นให้เห็นในช่อง Formula Bar

Download แฟ้มตัวอย่าง

 

กราฟเส้นที่เห็นนี้เป็นกราฟแบบ XY Scatter เส้นกราฟของ Male มีสูตร ดังนี้

=SERIES(Sheet1!$C$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$C$3:$C$8,1)

Sheet1!$C$2 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของชื่อเส้น Male
Sheet1!$B$3:$B$8 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของค่าแกนนอน (X)
Sheet1!$C$3:$C$8 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของค่าแกนตั้ง (Y)
เลข 1 ที่อยู่ท้ายสุดในสูตร แสดงเลขลำดับที่ของเส้นว่าเป็นเส้นที่ 1

ส่วนเส้นกราฟของ Female มีสูตรคล้ายคลึงกัน ดังนี้

=SERIES(Sheet1!$D$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$D$3:$D$8,2)
Sheet1!$D$2 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของชื่อเส้น Female
Sheet1!$B$3:$B$8 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของค่าแกนนอน (X)
Sheet1!$D$3:$C$8 เป็นตำแหน่งเซลล์ที่มาของค่าแกนตั้ง (Y)
เลข 2 ที่อยู่ท้ายสุดในสูตร แสดงเลขลำดับที่ของเส้นว่าเป็นเส้นที่ 2

กราฟทุกแบบใช้สูตร Series เช่นเดียวกัน แต่ในวงเล็บของสูตรจะต่างกันบ้างขึ้นกับประเภทของกราฟว่าต้องอาศัยค่าตามแนวนอนหรือค่าตามแนวตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกราฟแบบ XY Scatter นี้จำเป็นต้องใช้ค่าทั้งสองแนว

วิธีกลับแกนของกราฟ

ถ้าตัวเลขกำกับแกนนอนของกราฟมีจำนวนมาก หรือเมื่อปรับ Format ของตัวเลขในแกนนอนเพื่อแสดงรายละเอียด แล้วพบว่าตัวเลขเบียดกันจนไม่สามารถเห็นตัวเลขแต่ละตำแหน่งได้ชัด ให้แก้ไขโดยการกลับแกนของกราฟจากแนวตั้งเป็นแนวนอน โดยคลิกที่เส้นกราฟแต่ละเส้นแล้วเปลี่ยนสูตรจากเดิมที่อ้างอิงตำแหน่งของ X ให้เป็น Y และ Y ให้เป็น X

=SERIES(Sheet1!$C$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$C$3:$C$8,1)
=SERIES(Sheet1!$D$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$D$3:$D$8,2)

แก้ไขเป็น

=SERIES(Sheet1!$C$2,Sheet1!$C$3:$C$8,Sheet1!$B$3:$B$8,1)
=SERIES(Sheet1!$D$2,Sheet1!$D$3:$D$8,Sheet1!$B$3:$B$8,2)

ทั้งนี้ในขณะที่พิมพ์แก้ไขสูตรแต่ละเส้นอยู่นั้น กราฟจะไม่แสดงภาพที่ถูกต้องจนกว่าจะถูกแก้ไขเส้นกราฟจนครบทุกเส้น

 

นอกจากนี้หากย้ายกราฟมาแสดงเป็น Chart Sheet ของตัวกราฟเอง เมื่อกำหนด Orientation ของการพิมพ์จาก Landscape เป็น Portrait และขยายภาพกราฟให้เห็นภาพใหญ่ขึ้นบนหน้าจอ จะเห็นรายละเอียดของแต่ละพิกัดได้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยใช้ Scrollbar ด้านข้างเลื่อนขึ้นลงตามแนวตั้ง

 

 

วิธีใช้สูตร Offset กับ Dynamic Chart

โดยทั่วไปเส้นกราฟจะเปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในตาราง ซึ่งวิธีนี้เส้นกราฟย่อมมีความยาวคงที่ตามขนาดตารางต้นทางที่ใช้เป็นฐานข้อมูลที่นำไปใช้สร้างกราฟ เช่น สูตร =SERIES(Sheet1!$C$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$C$3:$C$8,1) จำกัดขอบเขตของข้อมูลที่นำไปใช้ว่าต้องมาจากพื้นที่จากเซลล์ B3:B8 และ C3:C8 เท่านั้น

หากต้องการสร้างกราฟให้มีความยืดหยุ่น เส้นกราฟสามารถยืดหรือหดหรือเปลี่ยนค่าพิกัดเริ่มต้น ต้องแก้ไขตำแหน่งอ้างอิงในสูตร Series ให้เป็นชื่อ Range Name แล้วเปลี่ยนให้เป็น Formula Name โดยกำหนดให้ใช้ชื่อนั้นเป็นสูตร Offset

จากภาพต่อไปนี้ ขั้นแรกตั้งชื่อ Range Name ว่า Age, Male, และ Female ให้กับพื้นที่ตาราง B3:B8, C3:C8, และ D3:D8 ตามลำดับ

 

จากนั้นให้คลิกที่เส้นกราฟแล้วพิมพ์ชื่อ Age, Male, และ Female ทับตำแหน่งอ้างอิงที่ตรงกับชื่อ (อย่าแก้ส่วนที่เป็นชื่อชีทด้วย) จะพบว่าสูตร Series นำชื่อแฟ้มมาใส่บนสูตรกำกับหน้าชื่อ Age, Male, และ Female ให้เอง

 

สูตร Series เดิม

=SERIES(Sheet1!$C$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$C$3:$C$8,1)
=SERIES(Sheet1!$D$2,Sheet1!$B$3:$B$8,Sheet1!$D$3:$D$8,2)

แก้ไขเป็น

=SERIES(Sheet1!$C$2,DynamicChart.xlsx!Age,DynamicChart.xlsx!Male,1)
=SERIES(Sheet1!$D$2,DynamicChart.xlsx!Age,DynamicChart.xlsx!Female,2)

เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งอ้างอิงในสูตร Series เสร็จแล้วให้ใช้คำสั่ง Formula > Name Manager เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งอ้างอิงของแต่ละชื่อให้เป็นสูตร Offset

 

จากภาพนี้ ต้องการให้เส้นกราฟเริ่มต้นจากอายุ 45 ปี ซึ่งถือเป็นรายการที่ 2 และแสดงช่วงละ 5 อายุ จึงกำหนดตัวเลขในเซลล์ From ให้มีค่าเป็นเลข 2 และ เซลล์ Interval ให้มีค่าเป็นเลข 5

Age เป็นสูตร =OFFSET(Ref,From,0,Interval,1) จึงเทียบเท่ากับ
=OFFSET(Ref,2,0,5,1) หรืออีกนัยหนึ่งเป็นพื้นที่ตารางจากเซลล์ B7:B11

Male เป็นสูตร =OFFSET(Ref,From,1,Interval,1) จึงเทียบเท่ากับ
=OFFSET(Ref,2,1,5,1) หรืออีกนัยหนึ่งเป็นพื้นที่ตารางจากเซลล์ C7:C11

Female เป็นสูตร =OFFSET(Ref,From,2,Interval,1) จึงเทียบเท่ากับ
=OFFSET(Ref,2,2,5,1) หรืออีกนัยหนึ่งเป็นพื้นที่ตารางจากเซลล์ D7:D11

วิธีสร้าง Dynamic Chart แบบวงกลม

เริ่มจากตั้งชื่อ Formula Name ต่อไปนี้

Radius เป็นรัศมีของวงกลม กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 100

CircPoint เป็นมุม มีค่าเท่ากับ เลข 1-360

Code:
={1;2;3;4;5;6;7;8;9;10;11;12;13;14;15;16;17;18;19;20;21;22;23;24;25;26;27;28;29;30;...;360}

ทั้งนี้ Radius และ CircPoint จะกำหนดให้เป็นค่าในตารางที่ลิงค์มาแทนที่จะกำหนดเป็นค่าคงที่ก็ได้

Xval คำนวณหาพิกัดของแกนนอน X =Radius*COS(RADIANS(CircPoint))

Yval คำนวณหาพิกัดของแกนตั้ง Y =Radius*SIN(RADIANS(CircPoint))


จากนั้นให้สร้างกราฟแบบ XY Scatter โดยสมมติค่าใดๆก็ได้แล้วเปลี่ยนสูตรของเส้นกราฟให้เป็นสูตรต่อไปนี้ก็จะได้เส้นกราฟวงกลมที่มีรัศมีเท่ากับ 100 ตามต้องการ

=SERIES(,DynamicChart.xlsx!Xval,DynamicChart.xlsx!Yval,1)

Download แฟ้มตัวอย่าง

วิธีสร้าง Dynamic Chart แบบอื่น

เมื่อต้องการภาพอื่นแทนภาพวงกลม ให้เปลี่ยนค่าของ CircPoint และ/หรือ Radius จะได้กราฟรูปแบบอื่นซึ่งไม่น่าเชื่อว่า Excel จะทำได้


วิธีปรับส่วนอื่นบนกราฟให้ Dynamic                                                       

แม้ Dynamic Chart ที่ใช้สูตร Offset จะช่วยยืดหดเส้นกราฟได้ตามต้องการแล้วก็ตาม หากส่วนอื่นๆที่แสดงบนกราฟ เช่น คำอธิบายตามพิกัดหรือแกน หรือคำอธิบายอื่นๆในหน้ากราฟ ยังคงแสดงค่าเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย กราฟที่ว่า Dynamic ก็ยังเรียกได้ไม่เต็มปากว่า Dynamic

เคล็ดลับในการปรับแต่งกราฟให้สามารถลิงค์ค่าจากเซลล์มาใช้ คือ ให้ลองคลิกซ้ำลงไปในข้อความหรือตำแหน่งที่ต้องการบนกราฟ 2 ครั้ง พอเห็นเป็นกล่องปรากฏขึ้นล้อมกรอบคำนั้นก็จะสามารถลิงค์ข้อความจากเซลล์ไปแทนข้อความเดิมในกล่องโดยคลิกที่ช่อง Formula Bar พิมพ์เครื่องหมายเท่ากับ = แล้วคลิกต่อไปยังชีทและเซลล์ข้อความที่ต้องการ

ถ้าต้องการเพิ่มข้อความประกอบกราฟ ให้วาดรูปกล่องลงไปบนกราฟ จะสามารถลิงค์ข้อความจากเซลล์ไปแสดงในกล่องโดยคลิกที่ช่อง Formula Bar พิมพ์เครื่องหมายเท่ากับ = แล้วคลิกต่อไปยังชีทและเซลล์ข้อความที่ต้องการ

ถ้าคลิกที่เส้นกราฟ คลิกครั้งแรกจะเป็นการเลือกทั้งเส้น พอคลิกซ้ำลงไปอีกจะเป็นการเลือกเฉพาะพิกัดใดพิกัดหนึ่ง พอคลิกขวาเลือกคำสั่งต่อไปจะเกิดผลเฉพาะพิกัดนั้นพิกัดเดียว

(Download ตัวอย่างได้จาก www.ExcelExpertTraining.com/download/DynamicChartSample.xlsx)

 

จากภาพนี้คำต่อไปนี้ล้วนเป็นค่าที่ลิงค์มาจากเซลล์ เช่น

  • Dynamic Chart เป็นรูปภาพสี่เหลี่ยมที่ลิงค์ข้อความมาจากเซลล์ B13
  • Age from 45 to 65 เป็นรูปภาพสี่เหลี่ยมที่ลิงค์ข้อความมาจากเซลล์ B18 ซึ่งช่วงอายุที่แสดงจะเปลี่ยนแปลงตามเส้นกราฟที่แสดงตามช่วงที่กำหนดจากเซลล์ From
  • Thai Male ลิงค์มาจากเซลล์ B15 โดยแก้ไขสูตรของเส้นกราฟเป็น
    =SERIES(Sheet1!$B$15,DynamicChartSample.xlsx!Age,DynamicChartSample.xlsx!Male,1)
  • Thai Female ลิงค์มาจากเซลล์ B16 โดยแก้ไขสูตรของเส้นกราฟเป็น
    =SERIES(Sheet1!$B$16,DynamicChartSample.xlsx!Age,DynamicChartSample.xlsx!Female,2)

หากต้องการแสดงข้อความกำกับพิกัดบนเส้นกราฟ เช่น คำว่า Key ให้คลิกลงไปที่พิกัดนั้น 2 ครั้ง (ไม่ใช่ดับเบิลคลิก) แล้วสั่ง Add data label เพื่อดึงค่าบนแกนมาแสดง ณ ตำแหน่งพิกัดนั้นก่อน จากนั้นให้คลิกลงไปที่ค่า label นั้น 2 ครั้งจะพบว่ามีกล่องล้อมกรอบค่านั้น แล้วให้คลิกลงไปที่ช่อง Formula Bar สร้างสูตรลิงค์จากเซลล์ K5 ที่ต้องการ

หากต้องการนำรูปภาพดาวมากำกับพิกัดใดพิกัดหนึ่ง ให้วาดรูปดาวขนาดเล็กๆลงไปในเซลล์ใดๆก็ได้จากนั้นสั่ง copy รูปดาวนั้นไว้ก่อน แล้วย้อนกลับมาที่รูปกราฟ ให้คลิกลงไปที่พิกัดนั้น 2 ครั้ง (ไม่ใช่ดับเบิลคลิก) เพื่อเลือกเฉพาะพิกัดนั้น แล้วสั่ง paste ลงไปจะได้รูปดาวกำกับพิกัดนั้น

แทนที่จะแสดงกราฟไว้บนชีท ซึ่งข้อมูลบนชีทนั้นอาจมีมากเกินไปจนทำให้ขาดประเด็นสำคัญที่ต้องการแสดง เราสามารถนำตารางข้อมูลที่ต้องการไปแสดงประกอบบนกราฟ

 

  1. เริ่มจากย้ายกราฟไปแสดงเป็น Chart Sheet ของตัวกราฟเองก่อน
  2. จากนั้นสั่ง copy พื้นที่ตารางข้อมูลที่ต้องการ แล้วสั่ง Paste แบบ Picture ลงไปในชีทเดิม
  3. Cut รูปภาพตารางไป Paste ลงไปในหน้ากราฟ แล้วจัดวางตำแหน่งกราฟและตารางให้เหมาะสม
  4. คลิกลงไปในภาพตารางแล้วคลิกลงไปในช่อง Formula Bar สร้างสูตรลิงค์กลับไปยังพื้นที่ตารางต้นตอ เพื่อทำให้รูปภาพตารางบนกราฟเปลี่ยนแปลงค่าและสีพื้นตามข้อมูลในชีท
 
 
 
 
 
 
Author: สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติEmail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

E-Learning

Go to top