เพื่อมุ่งให้เกิดคุณภาพจากการอบรมสูงสุด Excel Expert Training ให้การอบรม Excel กลุ่มเล็กๆ ไม่เกิน 6 คนทุกคนสามารถเรียนรู้ Excel อย่างใกล้ชิด จะมาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มแล้วนัดวันอบรมแบบส่วนตัวก็ได้ ผู้เข้าอบรมทุกคนสามารถติดตามเนื้อหาที่อบรมได้อย่างชัดเจนจากจอภาพด้านหน้าของตัวเอง
Results 1 to 5 of 5

Thread: ปรับตารางข้อมูลและสร้างกราฟแยกรายการละกราฟ

  1. #1
    tony99
    Guest

    ปรับตารางข้อมูลและสร้างกราฟแยกรายการละกราฟ

    ขอสอบถามวิธีการทำ
    1. ปรับตารางข้อมูลในตารางเดิมที่มีหัวคอลัมภ์ 2 แถว แต่จะปรับให้เหลือเพียงแถวเดียว โดยให้หัวคอลัมภ์แถว 2 มาแสดงเรียงลงมา
    2. การสร้างตารางโดยนำข้อมูลจากตารางที่ปรับใหม่มาสร้างกราฟรายการละ 1 กราฟจนครบทุกรายการ

    รายละเอียดตามไฟล์ที่แนบ

    เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก และต้องการเป็นความรู้ครับ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

  2. #2
    สมเกียรติ
    Guest
    ตารางที่ปรับแล้วตามที่อยากได้ ไม่ใช่ตารางที่ดีครับ อย่าทำเลย
    อ่าน
    http://www.excelexperttraining.com/f...มที่
    http://www.excelexperttraining.com/f...อมูล

  3. #3
    tony99
    Guest
    ตารางที่ปรับแล้วตามที่อยากได้ ไม่ใช่ตารางที่ดีครับ อย่าทำเลย
    ขอบคุณอ.สมเกียรติสำหรับคำแนะนำครับ แต่ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า
    1. ตารางตามตัวอย่างเป็นตารางรายงานซึ่งจะมีคอลัมภ์มากกว่านี้ (ทำให้ไม่สามารถแสดงรายงานในกระดาษ เอ4 ได้หมด จึงมีความคิดปรับหัวคอลัมภ์ในแถว 2 มาแสดงในแนวตั้งแทน) และ
    2. คิดต่ออีกว่า อาจจะแสดงรายงานในรูปแบบกราฟแทน ซึ่งก็มีจำนวนรายการหลายสิบรายการ (ถ้าจะทำกราฟตามปกติก็จะใช้เวลาในการทำนาน และเผื่อกรณีที่ต้องให้คนอื่นเอาไปใช้งาน)
    โดยใช้ VBA ดำเนินการแต่เขียนเองไม่เป็น ที่ผ่านมาก็ใช้การบันทึกแมโครในเอ็กเซลกับหาข้อมูลที่อยู่ในforum แล้วเอาไปปรับแต่ง ซึ่งก็พยายามหาแล้ว และที่ไม่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้เพราะคิดว่าอาจมีวิธีทำที่ไม่ต้องอาศัยการเขียนชุดคำสั่งครับ อีกอย่างอยากได้ไว้เป็นความรู้ครับ

  4. #4
    สมเกียรติ
    Guest

    เรื่องต้องห้าม

    ตารางฐานข้อมูลที่จะนำมาสร้างกราฟควรเก็บวันที่เรียงไว้ตามแนวตั้ง เพราะกราฟ Excel จะรู้เองทันทีว่าเป็นข้อมูลที่นำไปเป็นแกน X ครับ และค่าอื่นๆที่เรียงตามแนวตั้งถัดไปจะถือเป็นแกน Y

    แต่ถ้าจัดแบบที่ ค.tony99 ต้องการจะสร้างกราฟได้ยากมาก

    แยกให้ดีครับระว่างตารางฐานข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลหรือนำไปใช้สร้างกราฟ กับตารางรายงาน

    ถ้าเป็นตารางฐานข้อมูลจะออกแบบตามที่คุณต้องการนั้นไม่ได้เลย ห้ามเด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่คุณเก็บไว้ไร้ประโยชน์กับการใช้ Excel ทันที

    แต่ถ้าเป็นตารางรายงาน จะออกแบบอย่างไรก็ได้ตามใจครับ

  5. #5
    pichartyapan
    Guest
    Quote Originally Posted by สมเกียรติ View Post
    ตารางฐานข้อมูลที่จะนำมาสร้างกราฟควรเก็บวันที่เรียงไว้ตามแนวตั้ง เพราะกราฟ Excel จะรู้เองทันทีว่าเป็นข้อมูลที่นำไปเป็นแกน X ครับ และค่าอื่นๆที่เรียงตามแนวตั้งถัดไปจะถือเป็นแกน Y

    แต่ถ้าจัดแบบที่ ค.tony99 ต้องการจะสร้างกราฟได้ยากมาก

    แยกให้ดีครับระว่างตารางฐานข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลหรือนำไปใช้สร้างกราฟ กับตารางรายงาน

    ถ้าเป็นตารางฐานข้อมูลจะออกแบบตามที่คุณต้องการนั้นไม่ได้เลย ห้ามเด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่คุณเก็บไว้ไร้ประโยชน์กับการใช้ Excel ทันที

    แต่ถ้าเป็นตารางรายงาน จะออกแบบอย่างไรก็ได้ตามใจครับ
    ผมเห็นด้วยก้บอาจารย์สมเกียรตินะครับ ผู้ใช้งาน Excel ส่วนใหญ่ มักแยกไม่ออกว่าข้อมูลอย่างไรเป็น Data base อย่างไรเป็น report ครับ แต่ส่วนใหญ่มักเก็บข้อมูล คีย์ข้อมูลเป็นแบบ Report (รายงาน) มันไม่ได้เป็นความผิดของuser นะครับ เพียงแต่งานแบบนั้นทำให้เกิดข้อจำกัดของเราเองในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือการ manipulate (ขยายการใช้ประโยชน์ของข้อมูลไปยัง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ) ข้อมูลในภายหลังครับ เป็นการใช้ข้อมูลไม่คุ้มค่าครับ ผมก็แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมตาม link ที่อาจารย์แนะนำเพิ่มเติมนะครับ แล้วจะเห็นว่าเราเองสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของ Excel หา วิเคราะห์ แสดงผล คำนวณ อะไร ๆ เพิ่มเติม ได้ทั้งหมดครับ

    สำหรับเรื่อง chart ผมให้แนวทางอย่างนี้ ครับ
    1) ผมไม่เห็นด้วยว่าเราต้อง สร้าง กราฟ ขึ้น ทั้งหมด แต่ควรสร้างตารางแสดงผลตาม มิติ หรือ มุมมองที่่ต้องการดูก่อน
    2) แล้วจึงสร้าง chart จากตารางนั้น

    ผมทำตัวอย่าง จากข้อมูลที่คุณให้มา..
    1) สร้างตารางแสดงผล โดยใช้สูตรประเภท lookup ในที่นี้ผมใช้ สูตร index() เพื่อดึงค่าจากจากรางหลังออกมาครับ
    =INDEX($C$20:$G$25,MATCH($K$16,$A$20:$A$25,0),COLUMN()-10)
    2) เพื่อให้ทำงานได้แบบ Dynamic แทนที่จะใช้ค่า fix ในสูตร index ผมใช้สูตรประเภท look up อีกที แต่คราวนี้ใช้ match( ) เพื่อหาตำแหน่งของค่าที่ต้องการ MATCH($K$16,$A$20:$A$25,0)
    3) และเนื่องจาก บรรทัด จ่ายจะเป็นบรรทัดที่อยู่ต่อจากบรรทัด รับ เสมอ ผมจึงบวกค่าที่ match ในข้อ 2 ด้วย 1 กลายเป็น
    =MATCH($K$16,$A$20:$A$25,0)+1 ก็จะได้ค่าของ row สำหรับสูตร index ครับ
    4) จากนั้นก็ ทำให้ค่าการเลือก เป็น validation (cell K16) เมื่อต้องการดูค่าของ A ก็click drop down เลือก A เห็นไหมครับว่าเราไม่ต้องสร้าง chart ให้มากมาย user อยากดูอะไร ก็เลือกเอาครับ
    5) หากขยายความรู้เรื่องสูตร matching / lookup ออกไปก็สามารถทำให้สามารถเลือกค่านอกเหนือจากการเลือก product ได้ เช่นหากข้อมูลมีรายการมากกว่าเพียงแค่ รับ จ่าย แต่มี ปรับสต๊อก จำนวนที่ทำลาย จำนวนที่จอง ฯลฯ

    คงได้ประโยชน์สำหรับการทำงานนะครับ

    ลองศึกษาเอกสารแนบดูครับ

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •