ถ้าเจอสูตร IF ซ้อน IF กันแบบนี้

=IF( เงื่อนไขที่ 1, IF( เงื่อนไขที่ 2, 111, 222 ), 222 )

หรือ แบบนี้

=IF( And( เงื่อนไขที่ 1, เงื่อนไขที่ 2 ), 111, 222 )

สามารถสร้างได้อีกแบบ

=IF( (เงื่อนไขที่ 1)*(เงื่อนไขที่ 2 ), 111, 222 )

การจับเงื่อนไขมาคูณกัน จะกระตุ้นให้ True มีค่าเท่ากับ 1 และ False มีค่าเท่ากับ 0

ดังนั้น True*True = 1 ซึ่งหมายความว่า True นั่นเองจึงได้คำตอบเป็น 111

แต่หากเงื่อนไขหนึ่งเป็น False เมื่อนำมาคูณกับ True หรือ False ย่อมได้ค่าเท่ากับ 0 ซึ่งหมายความว่า False และได้คำตอบเป็น 222

ถ้าเปลี่ยนคูณเป็นบวก ย่อมใช้แทนแบบ Or ได้ด้วย โดยนำผลบวกไปเทียบว่า > 0 หรือไม่

=IF( ((เงื่อนไขที่ 1)+(เงื่อนไขที่ 2 ))>0, 111, 222 )