Recently in Excel General Category
สวัสดีครับ
ไม่ได้เข้ามาที่ Blog ซะนาน ก็เลยเหมือนคนแก่ที่จะทำอะไรซักอย่างก็ งก ๆ เงิ่น ๆ กว่าจะเข้ามาสู่การเขียน Blog ได้ก็ต้องลองกันอยู่นานสองนาน...
วันนี้พอดีมีเรื่องอย่างจะเล่าให้ได้รับรู้กันเกี่ยวกับ Excel Version ใหม่น่ะครับ บางท่านอาจจะรู้แล้วก็ไม่เป็นไรครับ ก็ถือซะว่ามารับรู้รอบ สอง รอบสาม จะได้ความกระจ่างขึ้นในบางอย่างก็เป็นได้...
จากข่าวแว่ว ๆ มาจากหลายแหล่งบนโลกใบน้อยนี้บอกว่า Excel version 12 กำลังจะก่อตัวและคลอดออกมาให้เรา ๆ ได้ใช้กันแล้วนะครับ
ล่าสุด(เมื่อเดือนกันยายน) ผมได้อ่านคำบอกเล่าของ David Gainer ผู้ซึ่งเป็น Group Program Manager for Microsoft Excel เกนเนอร์ บอกว่า Excel ตัวใหม่นี้จะมีจำนวน คอลัมน์เพิ่มจากปัจจุบันที่ใช้อยู่มากกว่า 6300 % หรือเท่ากับ 16384คอลัมน์เลยที่เดียว (จากเดิมถึง IV ของใหม่ก็จะจบที่ XFD ) และจำนวนแถวจะมากกว่าเดิม 1,500-1600 % หรือเท่ากับ 1048576 แถว ( โอ้โฮคงสมใจผู้ที่มีปัญหาที่ต้องจัดการข้อมูลมาก ๆ นะครับ ) แต่ที่จำนวนคอลัมน์และแถวที่เพิ่มมากมายขนาดนี้ ก็น่าจะใช้ Memory และ Resource อื่น ๆ ของเครื่องมากเหมือนกันนะครับ
uniform distribution กับ rand() function
character map
การแก้สมการหลายตัวแปรโดย Excel
ในการแก้สมการหาค่าตัวแปรในสมการนั้นเราเคยเรียนกันมาแล้วตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย จนแม้แต่จบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังต้องมีอันให้ใช้อยู่เรื่อยไป วันนี้ก็เลยอยากจะเสนอวิธีนำ Excel มาใช้ช่วยหาคำตอบของสมการหลายตัวแปรเหล่านี้ครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจของคำแต่ละคำที่ผมจะใช้และหลักการสักเล็กน้อยดังนี้
1. ตัวแปร หมายถึงตัวที่เรายังไม่ทราบค่าที่เรากำลังต้องการจะหาค่าของมัน ส่วนมากมักจะถูกเขียนแทนด้วย X , Y , Z
2.สัมประสิทธิ์ คือ ตัวเลขที่อยู่หน้าตัวแปร เช่น 3X สัมประสิทธิ์ของ X ก็จะเท่ากับ 3 เป็นต้น
เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เริ่มเข้าเรื่องเลย ละกันนะครับ
สมมติ คุณมีปัญหาต้องการหาค่าของตัวแปรตามสมการด้านล่างนี้
3X+5Y-Z = 20
2X-5Y+Z = 10
X+ Y+ Z = 10
วิธีการใช้ Excel แก้ปัญหาก็ทำได้ดังนี้
1. ให้นำสัมประสิทธิ์ของตัวแปร X , Y และ Z ของสมการที่ 1 มาใส่ลงใน Excel ให้เหมือนกับ Matrix เป็น แถวที่ 1 และนำสัมประสิทธิ์ของตัวแปร X , Y และ Z ของสมการที่ 2 และ 3 มาใส่เป็นแถวที่ 2 และ 3 ตามลำดับ (ถ้าคุณมีมากกว่านี้ก็ใส่ต่อไปเรื่อย ๆ จนครบนะครับ)
ข้อสังเกต ในการแก้สมการหลายตัวแปรนั้นส่วนใหญ่ต้องมีจำนวนสมการเท่ากันกับจำนวนตัวแปรหรือมากกว่านะครับถึงจะสามารถหาคำตอบได้
จากข้อ 1 ผมจะใส่ข้อมูลที่ B2 = 3 , C2 = 5 , D2=-1 ,B3 =2 , C3 = -5 , D3 = 1, B4 = 1 , C4 = 1 และ D4= 1
2. ให้นำผลลัพธิ์ของสมการที่เป็นค่าคงที่ใส่ที่ F2:F3 ดังรูป
3. ต่อไปจะเป็นการหาคำตอบโดยใช้ Function MMULT และ MINVERSE รายละเอียดของ 2 Function นี้คร่าว ๆ ก็คือ
=MMULT(array1,array2)
เป็น Function สำหรับหาผลคูณของ 2 Matrix ใด ๆ ( Matrix ใด ๆ ที่สามารถคูณกันได้ด้วยนะครับ )
=MINVERSE(array)
เป็น Function สำหรับหา อินเวอร์ส ของ Matrix ใด ๆ ( Matrix ขนาด N x N - แถว=หลัก )
ให้คุณทำการเลือกที่ J2:J4 แล้วใส่สูตรเข้าไปดังนี้ครับ (แบบ Array)
=MMULT(MINVERSE(B2:D4),F2:F4)
หลังจากใส่สูตรเรียบร้อยแล้วให้กด Ctrl + Shift + Enter พร้อมกัน แทนการกด Enter ปุ่มเดียวอย่างที่เคยนะครับ
หลังจากนั้นคุณจะพบตัวเลขปรากฏที่ ๋J2:J4 คือ 6,1 และ 3 ตามลำดับดังรูป ตัวเลขเหล่านี้ก็คือค่าของตัวแปร X,Y,Z ที่เราต้องการครับ
ปล.ถ้าสมการที่เราต้องการหาคำตอบเป็นชุดสมการที่ไม่มีคำตอบหรือไม่สามารถหาคำตอบที่สอดคล้องกับสมการได้
ที่ J2:J4 จะแสดงค่า ERROR #VALUE
การแก้สมการหลายตัวแปรโดย Excel
ในการแก้สมการหาค่าตัวแปรในสมการนั้นเราเคยเรียนกันมาแล้วตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย จนแม้แต่จบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังต้องมีอันให้ใช้อยู่เรื่อยไป วันนี้ก็เลยอยากจะเสนอวิธีนำ Excel มาใช้ช่วยหาคำตอบของสมการหลายตัวแปรเหล่านี้ครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจของคำแต่ละคำที่ผมจะใช้และหลักการสักเล็กน้อยดังนี้
1. ตัวแปร หมายถึงตัวที่เรายังไม่ทราบค่าที่เรากำลังต้องการจะหาค่าของมัน ส่วนมากมักจะถูกเขียนแทนด้วย X , Y , Z
2.สัมประสิทธิ์ คือ ตัวเลขที่อยู่หน้าตัวแปร เช่น 3X สัมประสิทธิ์ของ X ก็จะเท่ากับ 3 เป็นต้น
เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เริ่มเข้าเรื่องเลย ละกันนะครับ
สมมติ คุณมีปัญหาต้องการหาค่าของตัวแปรตามสมการด้านล่างนี้
3X+5Y-Z = 20
2X-5Y+Z = 10
X+ Y+ Z = 10
วิธีการใช้ Excel แก้ปัญหาก็ทำได้ดังนี้
1. ให้นำสัมประสิทธิ์ของตัวแปร X , Y และ Z ของสมการที่ 1 มาใส่ลงใน Excel ให้เหมือนกับ Matrix เป็น แถวที่ 1 และนำสัมประสิทธิ์ของตัวแปร X , Y และ Z ของสมการที่ 2 และ 3 มาใส่เป็นแถวที่ 2 และ 3 ตามลำดับ (ถ้าคุณมีมากกว่านี้ก็ใส่ต่อไปเรื่อย ๆ จนครบนะครับ)
ข้อสังเกต ในการแก้สมการหลายตัวแปรนั้นส่วนใหญ่ต้องมีจำนวนสมการเท่ากันกับจำนวนตัวแปรหรือมากกว่านะครับถึงจะสามารถหาคำตอบได้
จากข้อ 1 ผมจะใส่ข้อมูลที่ B2 = 3 , C2 = 5 , D2=-1 ,B3 =2 , C3 = -5 , D3 = 1, B4 = 1 , C4 = 1 และ D4= 1
2. ให้นำผลลัพธิ์ของสมการที่เป็นค่าคงที่ใส่ที่ F2:F3 ดังรูป
3. ต่อไปจะเป็นการหาคำตอบโดยใช้ Function MMULT และ MINVERSE รายละเอียดของ 2 Function นี้คร่าว ๆ ก็คือ
=MMULT(array1,array2)
เป็น Function สำหรับหาผลคูณของ 2 Matrix ใด ๆ ( Matrix ใด ๆ ที่สามารถคูณกันได้ด้วยนะครับ )
=MINVERSE(array)
เป็น Function สำหรับหา อินเวอร์ส ของ Matrix ใด ๆ ( Matrix ขนาด N x N - แถว=หลัก )
ให้คุณทำการเลือกที่ J2:J4 แล้วใส่สูตรเข้าไปดังนี้ครับ (แบบ Array)
=MMULT(MINVERSE(B2:D4),F2:F4)
หลังจากใส่สูตรเรียบร้อยแล้วให้กด Ctrl + Shift + Enter พร้อมกัน แทนการกด Enter ปุ่มเดียวอย่างที่เคยนะครับ
หลังจากนั้นคุณจะพบตัวเลขปรากฏที่ ๋J2:J4 คือ 6,1 และ 3 ตามลำดับดังรูป ตัวเลขเหล่านี้ก็คือค่าของตัวแปร X,Y,Z ที่เราต้องการครับ
ปล.ถ้าสมการที่เราต้องการหาคำตอบเป็นชุดสมการที่ไม่มีคำตอบหรือไม่สามารถหาคำตอบที่สอดคล้องกับสมการได้
ที่ J2:J4 จะแสดงค่า ERROR #VALUE
