Font s :
Background :

ขอบคุณนะ ที่ทำให้เห็นทุกข์

ผมขอขอบคุณสมาชิกในฟอรัมสนทนาธรรม ที่ช่วยกันบอกคำสั้นๆสำหรับใช้เตือนตัวเอง ซึ่งผมชอบใจกับคำสั้นๆ "ขอบคุณนะ" ที่คุณ Pat แนะนำว่าเป็นคำของหลวงพ่อมิตซูโอะ เควสโก ใช้เมื่อพบกับทั้งเรื่องดีหรือเรื่องร้ายในชีวิต

ทำไมต้องขอบคุณให้กับความทุกข์ด้วยนะ อยากได้ความทุกข์กันหรือไง

คนส่วนใหญ๋ไม่ได้สนใจเข้าวัดเข้าวากันหรอกใช่ไหม ตราบใดที่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังพอทนกันได้ หรือยังมีลาภยศสรรเสริญทรัพย์สมบัติให้เชยชม คนเหล่านั้นก็ไม่มีวันหันหน้ามาสนใจธรรมะ บางคนปากบอกว่าสนใจ แล้วผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ คอยบอกแต่ว่าช่วงนี้งานเยอะ รอไว้ก่อน รอให้แก่เฒ่าก่อนใช่ไหม ว่าไปแล้วกลับตายไปก่อนได้เห็นธรรมก็หลายคน คนเหล่านี้ติดกับความสุขโดยหารู้ไม่ว่าสุขกับทุกข์มันก็เรื่องเดียวกัน เพียงแต่ว่าทุกข์นั้นเห็นได้ชัดกว่าสุข

สุขทางโลกเกิดขึ้นเมื่อเราสมหวังในสิ่งที่ต้องการ เมื่อใดที่ได้รับสิ่งตามที่อยากได้ อยากมี อยากเป็น ได้ตามใจหวัง เมื่อนั้นย่อมมีความสุข แต่สุขที่เกิดขึ้นมันไม่อยู่กับเราตลอดไป แค่พอสุขเกิด เราก็ต้องทุกข์ในทันทีนั่นแหละ เพราะเราต้องขวนขวายหาทางรักษาสุขนั้นให้ยืนยาวถาวรให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดูคนที่รวยมีฐานะก็แล้วกัน น้อยคนนักที่จะรู้จักกับคำว่าพอ พอรวยแล้วก็ยังอยากรวยขึ้นไปอีกไม่รู้จบ แทนที่จะใช้ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่(มากแล้วนั้น) เพื่อใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ ทำงานแค่พอสมควร กลับมุ่งหาเงินให้รวยมากขึ้นไปอีก ไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที

ทั้งหมดนี้มิได้สอนให้ขี้เกียจ ไม่ได้บอกให้หยุดทำงานแล้วนั่งอยู่บ้านเฉยๆ เพียงแต่คนเราต้องรู้จักใช้ชีวิตอย่างฉลาด มีเวลาให้กับชีวิตและมุ่งหน้าสนใจปฏิบัติธรรมได้บ้าง ถ้ายังหนุ่มยังสาวเป็นวัยที่เหมาะกับการทำงาน ก็ควรทำงานให้เต็มกำลังความสามารถ แต่ถ้าเกินวัยนั้นมาแล้วก็ควรรู้ตัว เลือกงานที่สมกับวัยเสียบ้าง และอย่าประมาทเพราะคนเราไม่ได้แก่ตายตามวัยกันทุกคน

ความสุขเป็นเหมือนยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นไร้รส คนเราติดความสุข ยิ่งสุขมากเท่าใด ยึดติดมากเท่าใด พยายามแสวงหาความสุขมากขึ้นเท่าใด พอหมดสุข พอไม่ได้รับความสุข ก็จะยิ่งมีความทุกข์มากขึ้นเท่านั้น พวกเราทานยาพิษแห่งความสุขกันไปทุกวันทุกเวลาอย่างไม่รู้ตัว

เราควรหมั่นใช้ปัญญาพิจารณาให้ดีว่าที่ว่าสุขอยู่นั้น มันเป็นความสุขจริงๆหรือ ถ้าเป็นความสุขของเราจริง เราต้องมีความสุขได้ตลอดไป คิดให้ตลอดว่าทรัพย์สินเงินทองที่ได้มา ถ้ามันเกินพอดีแล้ว เกินความสามารถของตัวที่จะดูแลรักษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง มันคุ้มกับความทุกข์ที่แฝงตามมาหรือไม่

ลองถามตัวเองซิว่า เกิดมาทำไม ถ้าเอาแต่ตอบว่า ช่วยไม่ได้เพราะเกิดมาแล้วก็ต้องรับกรรม และทำหน้าที่ไปตามกฎกติกาของโลกมนุษย์ ถ้าตอบแบบนี้ก็น่าเสียดาย เพราะผู้นั้นจะต้องย้อนกลับมาเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งชีวิตหน้าก็ใช่ว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นอยู่แบบที่เลือกเกิดได้ แถมอาจต้องกลับมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย แล้วจะคิดกลับมาเกิดอีกไหม

ยามใดที่เกิดทุกข์ ขอให้พยายามคิดขอบคุณนะที่ทำให้เห็นทุกข์ พอเห็นทุกข์แล้วอย่าพยายามยกโทษใส่ข้อหาป้ายความผิดให้กับผู้อื่น ขอให้พิจารณาหาเหตุแห่งทุกข์จากตัวของเราเอง ทุกข์ทุกอย่างต้องมีเหตุ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องมีเหตุปัจจัยของมัน เราคิดผิด เห็นผิด ทำผิดอะไรไปหรือ ถ้าแก้ไม่ได้เพราะผ่านไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลของมัน คิดถึงอดีตเพื่อแก้ไขนั้นทำไม่ได้หรอก มีแต่จะทำให้ทุกข์ใจมากขึ้น ให้หาทางป้องกันแก้ไขไม่ให้ทำผิดซ้ำเช่นนั้นอีก

ทุกข์ทุกอย่าง แก้ไขได้ แก้ที่ตัวของเราเอง

ขอบคุณนะ ที่ทำให้เห็นทุกข์

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on September 19, 2009 3:09 PM.

ดูจิต ... ดูที่ไหนหนอ was the previous entry in this blog.

ดูจิตหรือดู(อะไรก็ได้)เฉยๆ ... ฝึกกันอย่างไร is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :