Font s :
Background :

ดูจิต ... ดูที่ไหนหนอ

ยุคนี้คำว่าดูจิตเป็นคำยอดฮิต จะหันหน้าไปทางไหนก็พบแต่ผู้สนใจดูจิต ปากต่อปากบอกต่อกันว่าดูจิตเนี่ยไม่ยากหรอก ใครๆก็ฝึกดูจิตกันได้ ไม่ต้องเข้าวัดตั้งหน้าตั้งตาฝึกสมาธิ ไม่ต้องนั่งขัดขาขวาทับขาซ้ายเอามือขวาทับมือซ้าย ไม่ต้องหลับตานั่งจับลมหายใจ ไม่ต้องทำอะไรๆที่ว่ามานี้ให้มากหรอก แค่ทำบ้าง ไม่ต้องมาก แต่ให้ฝึกตามรู้ดูจิตของตัวเองในชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆก็พอ ง่ายๆแบบนี้แหละ

สงสัยกันบ้างไหมครับว่าที่เขาดูจิตกันนั้น ดูกันที่ไหนหนอ จิตมันอยู่ตรงไหน

ตอนนี้คุณกำลังมอง กำลังได้ยิน กำลังได้กลิ่น กำลังรู้รส(น้ำลายของตัวเอง) กำลังรู้สึกร้อนหนาว กำลังรู้สึกตัวว่า เนี่ย ฉันกำลังคิดอยู่ ซึ่งการตามรู้ผ่านตาหูจมูกลิ้นกายใจนั้น เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เรารับรู้สภาวะเหล่านี้อย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายจิตใจมันเปิดประตูอ้ารับแขกทั้งวันทั้งคืน เพียงแต่ว่าเราจะต้องหันไปเฝ้าดูประตูแค่ประตูเดียวก่อน จึงจะรู้ว่าอะไรที่กำลังเดินผ่านประตูนั้นเข้ามา

สิ่งที่กำลังเดินผ่านประตูเข้ามา ไม่ใช่เดินหรอกนะ เพราะสภาวะที่แท้จริงสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจนั้น มันวิ่งเข้ามาต่างหาก และไม่ได้มีแขกวิ่งเข้ามาเพียงคนเดียวเสียด้วย มันวิ่งพรูเข้ามาพร้อมกันเป็นโขยงทีเดียวนะ พอเราเจอแขกที่คุ้นกันก็อาจหันไปทักทายเสียหน่อย ถ้าเป็นแขกแปลกหน้ามีหน้าตาดุร้าย เราก็อาจวิ่งหลบหาที่ซ่อน แทนที่จะเฝ้าดูแขก กลับกลายเป็นวิ่งตามแขกไปเสียแล้ว จากยามเฝ้าประตูที่มีตัวตนเป็นคน กลายร่างเป็นลิงที่วิ่งตามแขก ปีนซ้ายป่ายขวา มีอารมณ์ตามแขกไปแล้ว

สมมติว่าคุณได้ยินเสียงดัง "ตึ้ง" คุณอาจหลงกลกับเสียงนั้นโดยเผลอไปคิดว่า นี่มันเป็นเสียงอะไรหนอ หินตกใส่หลังคาบ้านหรือปล่าว หรือเป็นเสียงอะไรตก แว้บที่คุณเผลอคิดตามไปนั้นแหละ ขาดสติแล้วนะ ช่วงที่คุณคิดหาว่าอะไรเป็นต้นเหตุของเสียง "ตึ้ง" นั่นแหละ คุณไม่ได้ตามรู้ดูจิตไปตลอดอย่างที่คิดไว้ จะว่าดูจิตก็ดูอยู่ แต่เป็นการดูที่ไร้การควบคุม ขาดการกำหนดสติให้เป็นไปอย่างผู้รู้ผู้ดูเฉยๆ

จะเป็นผู้รู้ผู้ดูเฉยๆได้อย่างไร ต้องเริ่มจากฝึกดูแบบไม่เฉยให้คล่องก่อน เราต้องฝึกจิตให้เชื่อง แต่วิ่งเร็วทันกับแขกที่วิ่งผ่านเข้ามา ถ้าเราวิ่งเร็วพอๆกับแขก เราจะเห็นหน้าตาแขกได้ชัดเจน ยิ่งเราวิ่งเร็วกว่าแขก เราจะเห็นหน้าตาของแขกที่วิ่งผ่านเราไปแล้วเสียด้วยซ้ำ และยิ่งกว่านั้น จะได้พบแขกที่แอบย่องเข้ามาเบาๆซึ่งเราไม่เคยพบมาก่อนด้วยนะ

จะตามรู้ดูจิตได้ เราต้องทำจิตให้วิ่งเร็วจนนิ่งให้ได้ก่อน พอเร็วได้ที่แล้วจะพบที่ที่ว่านั่นได้เอง แต่ก่อนจะเร็วจนนิ่งได้นั้น ต้องหันมานั่งขัดสมาธิเอาขาขวาทับขาซ้ายเอามือขวาทับมือซ้าย หลับตาลง แล้วค่อยๆฝึกตามรู้เสียใหม่ ฝึกดูข้างในกายใจของเราเองนี่แหละว่าแม้ในช่วงที่นั่งนิ่งอยู่ก็ตาม ในขณะนั้นมีอะไรที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง จากคลาน มายืน พอยืนเป็นก็ค่อยฝึกเดิน เดินคล่องแล้วฝึกวิ่ง วิ่งจนไม่ต้องบอกให้วิ่งก็วิ่งได้เอง

ดูจิต ... ให้ดูที่นี่แหละ ที่ที่คุณดูทันนั่นไง

มันไม่ใช่เรื่องของขนาด สถานที่ น้ำหนัก แต่ออกจะขึ้นกับปัจจัยด้านเวลามากกว่า !!!

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on September 18, 2009 7:33 PM.

รักชอบ เกลียด กลัว หลง สาเหตุของความลำเอียง was the previous entry in this blog.

ขอบคุณนะ ที่ทำให้เห็นทุกข์ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :