มีลูกศิษย์มาปรับทุกข์กับผมว่า พ่อของเขาลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน แล้วถามความเห็นของผมว่า อาจารย์คิดว่าพ่อแม่รักลูกเท่ากันไหม ผมตอบว่า ไม่เท่ากันหรอกครับ ไม่มีทางเท่ากัน ถึงพ่อแม่จะคิดว่าตัวเองให้ความรักลูกเท่ากันแล้วก็ตาม แต่ในสายตาของลูกก็ยังรู้สึกว่าพ่อแม่รักลูกแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่ดี
ความรักของพ่อแม่ที่ดีควรเป็นความรักแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Love) นั่นคือเป็นความรักที่มีแต่ให้ ให้โดยไม่มีความคิดว่าต้องการรับสิ่งใดตอบแทน ซึ่งความรักที่ดี ไม่ว่าเป็นความรักของใคร ระหว่างใคร ก็ควรเป็นความรักแบบนี้ โดยถ้าพิจารณาหลักพรหมวิหารสี่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา นั่นแหละคือการให้ความรักที่ถูกต้อง เป็นการให้โดยไม่ลำเอียงทั้งในแง่ตัวผู้รับและตัวผู้ให้ และเมื่อได้ให้ไปแล้วแต่ยังช่วยให้ดีขึ้นไม่ได้ ก็ต้องทำใจให้หนักแน่นและเป็นกลาง
ความรักที่ดี ต้องใช้คำว่า ให้ความรัก มิใช่รับความรัก แต่คนทั้งหลายมักหมกมุ่นแต่ความรักในแง่ของความต้องการความรัก อยากได้รับความรักจากผู้อื่น
ในทางธรรมะ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความลำเอียงหรือความอคติ มีสาเหตุสำคัญมาจากความรู้สึก 4 อย่าง คือ ความรัก ความเกลียด ความกลัว และความหลง
เวลาที่เรารักชอบอะไร ย่อมให้ความเอาใจใส่และทุ่มเทให้กับสิ่งนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรดีหรือร้าย ก็จะหาเหตุผลเข้ามาสนับสนุนว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว ถึงจะผิดก็ให้อภัยได้ ยอมรับกันได้ สมกับคำว่า ความรักทำให้ตาบอด พ่อแม่ที่ลูกทำผิดมักชอบปกป้องลูกจนเสียคนก็เพราะรักลูกมากไปนี่เอง
ส่วนความเกลียดที่เป็นสาเหตุของความลำเอียงล่ะ คนเรามักจดจำเรื่องที่เกลียดได้ชัดเจนกว่าเรื่องรัก เมื่อใดที่ตัดสินใจไปแล้วว่าเกลียดอะไร ก็ยากเหลือเกินที่จะเปลี่ยนใจหรือยอมเปิดใจมองเสียใหม่ พอขึ้นชื่อว่าเกลียดแล้ว มักคิดแต่ว่าเกลียดแล้วแค้นใจไปตลอด โดยไม่พยายามดูว่าเหตุที่ทำให้เกลี่ยดนั้นยังคงมีอยู่ปรากฏอยู่หรือไม่ ต่อให้ทำดีแก้ตัวนับร้อยนับพันครั้งก็ยังคงจำความเกลียดได้ขึ้นใจ
ถ้าเจอคู่กรณีที่ฝ่ายหนึ่งเรารักชอบพอ กับอีกฝ่ายหนึ่งที่เราเหม็นขี้หน้า คนเราก็มักตัดสินใจง่ายๆทำให้คนผิดกลายเป็นคนถูก คนถูกกลายเป็นคนผิด คนที่เสียหายกลายเป็นคนหาเรื่องคนอื่นก่อน
ความกลัวที่ทำให้เกิดความลำเอียง เช่น กลัวเสียชื่อเสียหน้าของตัวเอง กลัวอิทธิพล กลัวเสียเพื่อน กลัวว่าจะไม่มีคนเข้าข้างให้ความสนใจ เลยทำให้ตนต้องลำเอียงไปทางที่จะป้องกันไม่ให้ภัยมาถึงตน
ส่วนความหลงนั้น เป็นเหตุสำคัญที่เกิดจากความโง่ ความไม่รู้ การขาดความไตร่ตรองให้รอบคอบ ความฉุนเฉียวรีบด่วนตัดสินใจ หรือชอบว่าตามเขาทำตามเสียงส่วนใหญ่ ไม่มีความคิดหนักแน่นเป็นของตัวเอง
ผู้ฝึกปฏิบัติธรรมควรเรียนรู้ที่มาของความลำเอียงดังกล่าวนี้ พยายามลดความลำเอียงตัดความลำเอียงทั้งที่เกิดต่อผู้อื่นและต่อตัวเองให้ได้ ยามใดที่จะคิดตัดสินใจเรื่องใด ต้องใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบ พิจารณาให้ชัดเจนก่อนที่จะทำอะไรลงไปว่า สิ่งที่จะทำลงไปนั้น เกิดขึ้นเพราะเรารักชอบเขาจึงให้ เพราะเราเกลียดเขาจึงไม่ให้ เพราะเราจำใจต้องทำเพื่อสนองตอบต่อความต้องการส่วนตัว หรือเป็นเพราะเรายึดมั่นถือมั่นจนไม่มองเหตุผลด้านอื่นหรือไม่
เมื่อใดที่จะติดต่อคบหากับผู้ใด ขอให้พิจารณานิสัยของคนผู้นั้นไว้ก่อน จากนั้นเมื่อพบว่าเขาลำเอียง ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาตามนิสัยของเขา พอเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว แทนที่จะโกรธหรือน้อยใจ เราน่าจะรู้สึกสงสารที่เขาก็ยังว่ายวนอยู่ในความรักความเกลียดความกลัวและความหลงตามประสาของคนทั่วไปนั่นเอง
