Font s :
Background :

ฝ่ายรับ ฝ่ายรุก

พอได้ยินได้ฟังคนที่ฝึกปฏิบัติธรรมพูดว่า "กำลังพยายามดูใจตัวเองอยู่" แล้วอยากถามว่า ดูใจตัวเองแล้วจะทำอะไรต่อบ้าง จะดูใจต่อไปให้เห็นสภาวะอนิจจังทุกขังอนัตตา จะดูใจให้รู้ตัวว่ากำลังมีจิตที่เป็นราคะ โทสะ โมหะ จะดูใจเพื่อทำให้รู้ว่ากำลังทุกข์ จากนั้นพอดูใจพบคำตอบแล้วก็ช่างมัน ปล่อยมันไป เพราะเราได้ดูใจจนพบสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วจนชัดเจน ... เช่นนั้นหรือ

ถ้าดูใจแล้วเอาแต่รู้ รู้แค่สิ่งที่ทำให้เรารู้ เราก็จะเกิดความรู้มากขึ้นนิดเดียว ไม่ได้รู้อย่างที่สมควรกับการฝึกวิปัสสนาหรอกนะ

ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการฝึกตามรู้ ถ้ารู้แล้วไม่ได้นำความรู้นั้นไปใช้ต่อ การรู้แบบนั้นก็ไม่ได้รู้ที่แตกต่างจากการดูหนังดูละคร มันเป็นความรู้ที่ภายนอกเขาส่งมาให้ ถ้าเราเอาแต่รับ รับ รับ รับ รับรู้แล้วไม่ได้คิดพิจารณาต่อ ก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

หลายคนเฝ้าดูตัวเองเมื่อเกิดความทุกข์ รู้ตัวแค่ว่าฉันกำลังทุกข์ คิดปลอบใจตัวเองว่า เดี๋ยวทุกข์ก็จะหมดไป ไม่มีทุกข์ใดที่จะทุกข์ได้ไปตลอด จากนั้นก็รู้สึกปล่อยวาง ช่างมัน ซึ่งการคิดแบบนี้ถือว่าพอรับได้ แต่ยังไม่ได้ทำให้ดับต้นเหตุของทุกข์นั้นแม้แต่น้อย คราวหน้าพอเกิดเหตุการณ์ให้ทุกข์เช่นนั้นอีก ก็ต้องคิดพิจารณาเช่นนั้นซ้ำอีก เช่นนั้นหรือ

แล้วถ้าไม่ได้ทุกข์ล่ะ ฉันมีแต่ความสุข ไม่ได้สุขหรือไม่ได้ทุกข์ จะใช้สภาพเช่นนี้ สภาพที่ไม่มีอะไรผิดแผกแตกต่างจากวันธรรมดาๆ ในการสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

วิปัสสนาต้องรู้จักในการตั้งรับในเบื้องต้น เราต้องรู้จักแยกแยะสิ่งที่รับเข้ามาในจิต จากนั้นต้องอาศัยกำลังจิตที่ได้จากสมถะ ทำตัวเป็นฝ่ายรุกเข้าไปบ้าง คิดพิจารณาให้เห็นทุกข์ แล้วไล่หาเหตุของทุกข์ ไล่ย้อนไปหาเหตุของเหตุกลับไปมาจนคล่อง กว่าจะเอ่ยคำว่า "ช่างมันได้" เราจำต้องรู้ชัดเจนแจ่มแจ้งก่อนแล้วจึงช่างมันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่สักแต่ว่า ช่างมัน ปล่อยมันไป

ที่ต้องระวังให้มาก คือ ถ้าจิตยังขาดกำลัง ยังขาดวิธีคิดแยกแยะอยู่ล่ะก้อ อย่าคิดแหยมไปต่อกรกับกิเลสตัวใหญ่ๆเข้าทีเดียวล่ะ เช่น ในสภาวะที่เรากำลังถูกกระตุ้นให้เกิดความอยาก อยากได้ อยากมี อยากเป็น ขึ้นอย่างมากนั้น แค่คิดฝืนว่าฉันไม่อยาก แค่คิดว่าฉันจะปฏิเสธความอยากเหล่านั้น เราก็จะถูกความอยากบุกทะลวงเอาชนะเข้ามา ทำให้ขาดสติได้อย่างไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นถ้าคิดว่ายังไม่แน่จริง ขออย่าเพิ่งกำหนดจิตรุกเข้าไป แต่ให้สังเกตุตามรู้สภาวะอารมณ์นั้นเฉยๆไว้ก่อน

การแก้ทุกข์ ต้องหาทางแก้ไขที่ตัวเอง อย่าไปสนใจกับคนอื่น เราจะทำตัวทำตนแตกต่างจากสังคมก็ช่างเขา เราจะคิดแปลกแหวกแนวจากคนอื่นก็ช่างเขา ในเมื่อมันเป็นวิธีคิดของเรา เป็นอุบายที่เอาชนะทุกข์ เป็นอาวุธที่เราใช้รุกบุกตีกิเลสได้ก็แล้วกัน

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on September 15, 2009 2:35 PM.

ยิ่งฝึก ยิ่งฟุ้งซ่าน was the previous entry in this blog.

รักชอบ เกลียด กลัว หลง สาเหตุของความลำเอียง is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :