ในปีพ.ศ.2552 ผมจะมีอายุปาเข้าไป 50 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเวลามันผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อย้อนดูสิ่งที่ตัวเองได้ทำในเวลาที่ผ่านไป แม้มีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจว่า ในการเกิดมาครั้งนี้ ไม่เสียทีหรอกนะที่เกิดมา หวังไว้ว่าช่วงเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ จะได้ทำอะไรๆอีกหลายอย่างโดยเฉพาะในเรื่องการค้นคว้าให้ถึงเบื้องลึกแห่งจิตใจของตนเอง
คนทั่วไปเกิดมาโดยไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร รู้ตัวแต่ว่าตอนเด็กก็ต้องเรียนหนังสือ โตขึ้นต้องทำงานหาเงิน จากนั้นก็แต่งงานมีครอบครัว แล้วหาเงินเลี้ยงลูก พอลูกโตก็หวังว่าจะได้พึ่งลูกในยามแก่เฒ่า และขอให้มีชิวิตที่ผาสุก มีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย
คนไทยในอเมริกาเล่าให้ฟังว่า อเมริกานี่นะ เป็นสวรรค์ของเด็ก นรกของผู้ใหญ่ สุสานของคนแก่ เพราะตอนเด็กจะมีโรงเรียนให้เลือกเรียนได้โดยไม่ต้องแย่งกันจับฉลากเข้าเรียน มีสิ่งตื่นตาตื่นใจให้ชีวิตวัยเด็กเป็นวัยที่น่าสนุกสนาน พอโตขึ้นก็ต้องทำมาหาเลี้ยงชีวิต ฝรั่งส่วนใหญ่ทำมาหาเงินไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่หาเงินเพื่อใช้หนี้ บ้านก็กู้เงินเขามาซื้อ รถก็กู้ กว่าจะจ่ายเงินกู้หมดก็แก่ชรา ลูกหลานก็ไม่สนใจใยดี ต่างคนต่างอยู่ ... คุณกะว่าจะใช้ชีวิตของคุณแบบนี้หรือปล่าว
ชีวิตของผมไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปอย่างที่เล่ามา เพียงแต่ว่าผมไม่มีลูกที่จะต้องเป็นห่วง มีแต่ภรรยา แมว และลูกศิษย์ลูกหาที่มีเยอะแยะจนจำหน้าตาชื่อเสียงไม่หวัดไหว นอกจากนั้นที่สำคัญคือผมได้ใช้โอกาสที่ได้เกิดเป็นมนุษย์อย่างคุ้มค่ามากกว่าคนทั่วไป
คุณทราบไหมว่า ภพที่มนุษย์อาศัยอยู่นี้ เป็นภพเดียวที่ใช้ในการสร้างสมบุญบารมี ถ้าเกิดบนสวรรค์ก็มีแต่ใช้บุญที่สร้างไว้ ถ้าลงนรกก็ต้องชดใช้กรรมที่ทำไป ไม่มีภพภูมิอื่นใดที่เป็นเหมือนธนาคารให้คุณเก็บสะสมบุญ สามารถสร้างสะสมอริยทรัพย์ได้เช่นในภพนี้อีกแล้ว
คนส่วนมากเกิดมาเพื่อตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน พอได้เงินมาก็เก็บสะสมไว้ แต่หลายคนมีโอกาสหาเงิน แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนร่างกายจิตใจเสื่อมโทรม พออายุไม่มาก ร่างกายก็หมดสภาพ กลับต้องใช้เงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้ใช้ในการรักษาตนเอง บางคนกะว่าจะลาออกมาใช้เงินตอนอายุ 45 แต่พออายุได้ 40 ก็มาตายจากไปเสียก่อน ยุคนี้สมัยนี้คนแก่คนหนุ่มมีโอกาสตายก่อนเวลาอันควรพอๆกัน ว่าไปแล้วคนหนุ่มสาวเสียอีกที่น่าจะมีอายุสั้นกว่าคนยุคก่อนเพราะสภาวะแวดล้อมของโลกเสื่อมโทรมกว่าแต่ก่อน
ทุกอย่างที่ทำมาหาได้บนโลกนี้ ล้วนต้องแลกมา ถ้าอยากได้สิ่งหนึ่ง ก็ต้องเสียสิ่งหนึ่ง หลายคนทำงานหนักจนร่างกายจิตใจมีแต่ความทุกข์ จากนั้นก็พยายามไปฝึกโยคะออกกำลังกายเพื่อหาความสุขมาชดเชย
การทำงานหนักเหมือนกับตัวเลขติดลบ การฝึกโยคะเหมือนกับเลขบวก พวกเราหลายคนชอบเอาเลขบวกกับเลขลบมารวมกันเพื่อให้ชดเชยกันไป ทำไมหนอคนเราจึงไม่เลือกทำงานที่เป็นบวกตั้งแต่ต้น จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอาสิ่งอื่นเข้ามาชดเชย
คนส่วนมากทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีวิต เรียกว่าทำงานเพื่อเงินเพื่อหาทรัพย์มาใช้ แต่น้อยคนที่จะมีโอกาสทำงานเพื่อคนอื่น คุณอาจบอกว่ามีอาชีพบางอาชีพเท่านั้นแหละที่จะเปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น เช่น หมอ ครู หรืองานบริการ ไม่หรอก ... ทุกอาชีพนั่นแหละที่ทำงานเพื่อคนอื่นได้เสมอๆ ขึ้นกับว่าเราตั้งหลักตั้งแต่แรกว่าจะทำงานเพื่อเงินหรือทำงานเพื่ออะไรกันแน่
สมมติคุณเป็นคนขายผ้า ถ้าตั้งใจว่า จะช่วยไปหาซื้อผ้ามาขายจากตลาดผ้า เพื่อคนอื่นที่อยู่ห่างไกลไปมาไม่สะดวก เขาจะได้ไม่ต้องเสียแรงเสียเวลาเสียค่ารถเดินทางไปหาซื้อผ้าจากที่ไกลๆ แล้วคุณก็ตั้งราคาเอากำไรเขาพอควรให้คุ้มกับค่าเหนื่อยของตัวเอง ... ตั้งใจขายของอย่างนี้แหละเป็นการทำงานเพื่อคนอื่น แต่ถ้าเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาขายของ เพื่อเอากำไรมาหาเลี้ยงชีวิต ถ้าเหลือเงินก็เอาไปทำบุญบ้าง ก็ถือเป็นขั้นรองลงไป
ผมเชื่อว่า ถ้าเราจะขายของ โดยตั้งใจว่าขอมีแต่ให้ไว้ตั้งแต่แรก งานนั้นๆจะมีลูกค้าขาประจำมาไม่ขาดสาย และจะได้รับอริยทรัพย์ไปในตัว
ตรงข้ามกับการขายก็คือการซื้อ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาต่อราคากับแม่ค้าหาบเร่เพื่อประหยัดเงินเพียงไม่กี่บาท ถ้าเราตั้งใจช่วยซื้อของเพื่อเขาจะได้ขายของหมดเร็วๆ สามารถกลับไปบ้านไวกว่าเดิม มีเวลาอยู่กับครอบครัวได้มากกว่าเดิม การซื้อเช่นนี้ก็สร้างอริยทรัพย์ได้เช่นกัน
คนเราจะรวยในทันทีที่รู้จักกับคำว่าพอ พอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ได้มาจากอาชีพสุจริต ลองมองดูคนเดินถนนซิ ลองนับดูว่ามีกี่คนกันที่รวยกว่าคุณ แต่ถ้าคุณเอาแต่คบคนที่รวยกว่า พยายามเข้าสังคมชั้นสูง เลือกคบแต่คนที่แต่งตัวหรูหรา นั่งรถคันโต ชั่วชีวิตของคุณก็จะจนอยู่วันยังค่ำ และที่สำคัญก็คือคุณจะไม่รู้จักกับคำว่าพอ ชีวิตทั้งชีวิตจะมีแต่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน พอจากโลกนี้ไปก็มีแต่ตัวเท่านั้น ไม่มีอริยทรัพย์ติดตัวไปใช้ในชีวิตหน้า คนรวยแบบนี้มีความสุขบนกองทุกข์ แต่คนที่รู้จักพอจะมีแต่ความสุขไม่มีทุกข์
