Font s :
Background :

ทำความรู้จักกับผู้รู้

แทนที่จะบริกรรมพุทโธตามรู้อาการหายใจเข้าออก คราวนี้ลองบริกรรมพุทโธติดต่อกันไปโดยไม่ต้องสังเกตลมหายใจแต่อย่างใด แล้วพยายามสังเกตความแตกต่างของคำว่าพุทโธที่ดังขึ้นในใจว่ามีลักษณะอย่างไร แต่ละพุทโธมีความแตกต่างกันไหม ทำไมพุทโธจึงชอบซ่อนตัวแล้วความคิดเรื่องอื่นจึงแทรกเข้ามาได้ ... มาลองใช้เวลาพิจารณาทำความรู้จักกับพุทโธให้ดีกันหน่อยดีกว่า

สาเหตุที่บริกรรมคำว่า พุทโธ ใช้เพียงเพื่อทำให้เตือนตัวเองเท่านั้นว่ากำลังตามรู้ทันกันอยู่ จิตไม่ได้วอกแวกไปเรื่องอื่นใด ตราบใดที่สามารถบริกรรมพุทโธต่อเนื่องกันไปได้อย่างสบาย นั่นแหละก็น่าจะพอใจได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเลือกใช้คำว่าพุทโธ จะเลือกใช้คำอื่นก็ได้ ใช้สิ่งอื่นก็ได้ที่เป็นภาษาสมมติขึ้นมาให้เรารู้ตัวว่า รู้แล้ว รู้อยู่ รู้ทันอยู่

คราวก่อนเคยพิจารณาความแตกต่างระหว่าง การคิดคำว่าพุทโธ กับ การนึกถึงคำว่าพุทโธ (คิดพุทโธ หรือ นึกพุทโธ) ซึ่งคิดกับนึกนี่ถ้ามีเวลาคิดพิจารณานานๆก็พอจะแยกออกล่ะว่า พุทโธตอนไหนเป็นพุทโธที่เกิดจากการคิด พุทโธตอนไหนที่เกิดจาการนึก แต่พอพยายามภาวนาพุทโธเร็วๆติดต่อกันไป มันเร็วจนไม่มีเวลารับรู้ว่านี่คิดหรือนึกกันแน่ ตั้งหลักไว้ว่าพอเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้วจะได้ไม่ต้องห่วงกังวลกับพุทโธอีกต่อไป

คำว่าพุทโธที่ดังขึ้นในจิตตอนที่บริกรรมนั้น จิตเป็นผู้คิดคำนี้ขึ้นมาบริกรรม พอคิดแล้วแว้บเดียวเราก็จะได้ยินเสียงคำว่าพุทโธดังขึ้นมาในใจ แต่ถ้าจิตคิดจะพูดคำว่าพุทโธออกมาทางปาก เราต้องใช้กล้ามเนื้อที่ปากที่ลิ้นเข้ามาช่วย ทำให้พุทโธที่เป็นเสียงออกมาทางปากเป็นพุทโธที่เกิดขึ้นได้ช้ากว่า

แล้วลองบริกรรมพุทโธให้ถี่ยิบขึ้นมาในใจดูซิว่า ทุกจังหวะก่อนที่จะได้ยินคำว่าพุทโธขึ้นมาในใจนั้นมีอาการขยับของลิ้นหรือกล้ามเนื้อแถวโคนลิ้นหรือลำคอหรือไม่ ถ้ารู้สึก ก็แสดงว่าเรากำลังพยายามพูดคำว่าพุทโธออกมาทางปาก แต่ไม่ยอมอ้าปาก ไม่ยอมออกเสียงออกมาเท่านั้น

คนที่อ่านถึงตรงนี้อาจคิดสงสัยว่าทำไมต้องมาวุ่นวายสนใจกับที่มาที่ไปของพุทโธเช่นนี้ด้วย พอจิตสงบมากขึ้น จิตจะสังเกตเห็นความแตกต่างเหล่านี้ขึ้นมาเอง ถ้ายังไม่สงบก็ยังมองไม่เห็น การพิจารณาที่ไปที่มาของพุทโธ จะช่วยสะท้อนถึงที่ไปที่มาของการทำงานของจิตตัวเอง พอเข้าใจตัวเองแล้วก็จะเกิดหลักการที่นำไปประยุกต์ใช้กับอาการของจิตในเวลาอื่น

การพิจารณาพุทโธข้างต้นเป็นพุทโธที่เกิดจากใจและผ่านการรับรู้เข้ามาทางใจ ต่อไปลองออกเสียงพุทโธออกมาทางปาก ให้หูเป็นผู้รับรู้บ้าง คราวนี้การรับรู้กลายมาเป็นคลื่นเสียง ผ่านเข้ามาทางหู จากนั้นให้คิดถึงเสียงคำว่าพุทโธที่เพิ่งได้ยิน นำพุทโธที่ได้ยินมาเปรียบเทียบกับพุทโธที่เกิดจากความจำคิดขึ้น แม้จะเป็นเสียงที่ดังขึ้นในใจเหมือนกัน แต่พบว่าสภาพของเสียงต่างกัน เราใช้ผู้รู้ตัวเดียวกัน คำว่าพุทโธก็พุทโธเดียวกัน แต่สังเกตเห็นไหมว่าสิ่งที่รู้มีสถาพต่างกัน โดยมีขั้นตอนของการทำให้รู้ต่างกัน แต่อะไรล่ะที่ไม่ว่าจะเป็นพุทโธแบบใดก็มีสภาวะเหมือนกัน นั่นคือการรู้ว่า รู้ ตามรู้ทัน รู้อยู่นะ แบบเดียวกัน

จากนั้นไม่ต้องพิจารณาความแตกต่างของพุทโธให้วุ่นวาย จบเวลาที่ใช้พิจารณาแล้วหันมาสร้างกำลังให้จิตสลับกันบ้าง โดยคิดนึกถึงคำว่าพุทโธในใจให้ถี่ยิบ เลือกใช้พุทโธที่คิดขึ้นในใจ ไม่มีอาการขยับของกล้ามเนื้อในช่องปากตามไปด้วย จะพบว่าภาวนาพุทโธได้เร็วถี่ยิบกว่าแต่ก่อนมาก เสียงพุทโธจะดังขึ้นในใจต่อๆๆๆๆๆกันไปโดยไม่ต้องออกแรงคิดเช่นแต่ก่อน

พอพุทโธต่อเนื่องกันได้ดีแล้ว ลองแบ่งจิตมาสังเกตร่างกายของตัวเอง จะพบว่าในขณะที่พุทโธดังขึ้นนั้น ในจังหวะนั้นจะมีอาการกระเพื่อมไหวตัวขึ้นในกายด้วย เหมือนการจับชีพจรที่สัมผัสอาการตุ้บๆที่ข้อมือ แต่อาการกระเพื่อมนี้มันเกิดขึ้นในจิต สะท้านไปทั้งร่างกาย ให้กำหนดหาขอบเขตของร่างกายว่าทีอยู่ที่ไหน รู้ได้อย่างไรว่านี่คือร่างกายของเรานะ

ถ้าจิตละเอียดพอจะรู้ลักษณะของธาตุดิน ไฟ ลม น้ำ ที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายที่เรารู้อยู่ กายที่เป็นของแข็งนี่เองที่เป็นธาตุดิน ตัวตนที่เรารู้ว่าเป็นร่างกายได้ก็เพราะธาตุดินที่เป็นของแข็งมาประกอบต่อกันเป็นร่างนี่เอง เรามาอาศัยอยู่ในกายมีธาตุดินนี้เพียงชั่วคราว ไม่นานมันก็สลายตัวไปแล้ว

ลองสังเกตุอุณหภูมิทั่วร่างกายดูบ้าง อ้อ มันรู้สึกร้อนกระจายตามร่างกายที่รู้นี้ด้วยนะ พอหายใจเข้ามันก็ร้อนขึ้นหน่อย กระจายไปทั่วร่าง เป็นจังหวะ ลมนี่เองที่พาพลังงานมาให้

ลองสังเกตอาการสูบฉีดเลือดในร่างกายดูบ้าง จะรู้สึกถึงคลื่นที่ไหลลึกๆอยู่ในร่างกาย มันเป็นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั่นเอง

เราก็มีแต่ธาตุเท่านั้น อาศัยอยู่เพียงชั่วขณะแล้วก็จากกันไป

 

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on September 1, 2009 1:16 PM.

ทดสอบ new server was the previous entry in this blog.

ไม่คิดแต่รู้ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :