Font s :
Background :

พุทโธ ยิ่งสั้นและยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ขอให้สังเกตุคำสอนวิธีฝึกสมาธิของหลวงพ่อลีว่าคำบริกรรมพุทโธนั้น ยิ่งฝึกไปจะต้องกำหนดให้สั้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆใช่ไหม

ให้นึกถึงลมหายใจเข้าออก คือ ให้นับลมเป็นคู่ๆ ดังนี้

พุท ลมเข้า โธ ลมออก อย่างนี้ไปจนถึง ๑๐ ครั้ง

แล้วให้ตั้งต้นใหม่อีกดังนี้ คือ ลมเข้า พุทโธ หนหนึ่ง ลมออก พุทโธ หนหนึ่ง ภาวนาอย่างนี้ไปจนถึง ๗ หน

แล้วให้ตั้งต้นใหม่อีกดังนี้ คือ ลมเข้า ลมออก ให้ภาวนา พุทโธ หนหนึ่ง ทำอย่างนี้ไปจนถึง ๕ หน

แล้วให้ตั้งต้นใหม่อีกดังนี้ คือ ลมเข้าลมออกหนหนึ่ง ให้ภาวนา พุทโธ ๓ คำ ทำอย่างนี้ไปจนครบ ๓ วาระของลมเข้าและลมออก

ต่อนั้นให้บริกรรมแต่ พุทโธ คำเดียว ไม่ต้องนับลมอีกต่อไป ปล่อยลมตามสบาย ทำใจให้นิ่งๆไว้ที่ลมหายใจเข้าออกที่มีในช่องจมูก

เมื่อลมหายใจออก อย่าส่งจิตออกตามลม เมื่อลมหายใจเข้า อย่าส่งจิตเข้าตามลม ทำความรู้สึกอย่างกว้างขวางเบิกบาน แต่อย่าสะกดจิตให้มากเกินไป ให้ทำใจสบายๆ เหมือนเราหายใจออกไปในอากาศโปร่งฉะนั้น ทำจิตให้นิ่งเหมือนเสาที่ปักไว้ในริมฝั่งทะเล น้ำทะเลขึ้น เสาก็ไม่ขึ้นตาม น้ำทะเลลง เสาก็ไม่ลงตาม

เมื่อทำจิตนิ่งสงบได้ในขั้นนี้แล้วให้หยุดคำภาวนา พุทโธ นั้นเสีย กำหนดความรู้สึกไว้เฉพาะลมหายใจ แล้วค่อนขยับจิตเลื่อนไปตามกองลม

ช่วงแรกคำบริกรรมว่า พุท จะยาวไปตลอดพร้อมกับจังหวะลมหายใจเข้า แล้วตามด้วยคำบริกรรมว่า โธ ยาวไปตลอดพร้อมกับจังหวะลมหายใจออก

จากนั้นในช่วงหายใจเข้า ให้บริกรรมพุทโธ ในช่วงหายใจออก ให้บริกรรมพุทโธ ซึ่งเท่ากับว่าคำว่าพุทโธเริ่มสั้นและเร็วขึ้น เพื่อทำให้มีจังหวะครบพอดีกับช่วงลมหายใจเข้าหรือหายใจออก

จากนั้นเราต้องสังเกตช่วงหยุดหายใจ ระหว่างหายใจเข้าจบแล้วกำลังจะเริ่มหายใจออก ให้บริกรรมคำว่าพุทโธให้ครบในช่วงพักหยุดหายใจนั้น

จากนั้นก็ต้องบริกรรมคำว่าพุทโธ 3 ครั้ง ให้จบครบในช่วงพักหยุดหายใจ

จังหวะการบริกรรมพุทโธที่สั้นและเร็วขึ้นนี้ จะช่วยให้เราสามารถสังเกตสภาวะที่เกิดขึ้นในวงจรการหายใจได้ละเอียดขึ้น เพราะพุทโธที่บริกรรมขึ้นมาในใจ ไม่ได้สักแต่ว่าบริกรรมขึ้นมา แต่ต้องคอยตามรู้อาการของลมหายใจที่ผ่านกระทบในโพรงจมูกด้วย พอรู้แล้วจึงนึกบริกรรมตาม

ส่วนที่แปลกซึ่งยากจะอธิบายให้เข้าใจกันก็คือ ในระหว่างที่นั่งสมาธิกำหนดตามรู้ลมหายใจอยู่นั้น เวลามันไม่มีความหมาย ช่วงเวลาที่ฝึกแม้จะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงหรือกี่ชั่วโมงก็ตาม ในความรู้สึกของผมนั้นเหมือนกับเวลาที่ผ่านไปไม่นานใช้เวลาเดี๋ยวเดียว แต่ในช่วงเวลาเดี๋ยวเดียวนั้นกลับมีสิ่งให้ตามรู้ตามเห็นเยอะแยะมากกว่าที่รู้เห็นในวันหนึ่งๆเสียอีก

เมื่อเวลาไม่มีความหมาย พุทโธที่สั้นและเร็ว ก็กลายเป็นพุทโธตามปกติ ไม่ได้สั้นไม่ได้เร็วต่างไปจากเดิม

Categories

About this Entry

Font s :
Background :