Font s :
Background :

ความสงบเป็นสมาธิเป็นอย่างไร

ไม่ว่าเราจะฝึกสมถหรือวิปัสสนา หรือไม่ว่าคุณจะเรียกชื่อวิธีที่ตัวเองฝึกว่าอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เราต้องการกันทุกคนก็คือความสงบ แต่ว่าความสงบที่ว่านี้เป็นอย่างไรกัน และความสงบทั่วๆไปแตกต่างจากความสงบที่เป็นสมาธิอย่างไร

คนเราจะหลับได้ต้องอาศัยความสงบให้เกิดขึ้นก่อน พอหลับไปแล้วก็จะสงบไปเรื่อยๆจนกว่าจะตื่น บางคนบอกว่าหลับเป็นตายไม่ได้ฝันอะไรสักอย่าง ส่วนบางคนฝันทุกคืน ไม่เคยมีคืนใดหรือการหลับครั้งใดที่ไม่ฝัน พอตื่นขึ้นมาจะจำความฝันที่เกิดขึ้นได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งน่าคิดว่าพอเราหลับไปแล้ว ความคิดของเราจะหลับตามไปด้วยหรือ เป็นไปได้อย่างไรที่การหลับจะทำให้ความนึกคิดของคนเราหยุดตามไปด้วย ผู้ที่บอกว่าหลับแล้วไม่ฝัน จึงน่าจะเกิดจากการจำไม่ได้ว่าตัวเองฝันเสียมากกว่า

ความสงบที่เกิดจากการนอนหลับ เป็นความสงบตามธรรมชาติ พอหลับไปแล้วก็ยากจะควบคุมความนึกคิด จึงเป็นความสงบที่นำมาใช้ไม่ได้ในการฝึกสมาธิ

ส่วนความสงบที่เกิดจากการฝึกสมถกรรมฐาน พอภาวนาพุทโธแล้วพุทโธหาย ความรู้สึกต่างๆก็จะวูบหายไป หลายคนฝึกถึงขั้นนี้แล้วจะหลงดีใจว่าเป็นความสงบที่ปราถนา เพราะหมดความทุกข์ร้อน ปิดรับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ไม่มีสิ่งใดที่จะเข้ามาทำให้กระเทือนใจได้ ซึ่งความสงบแบบนี้เรียกว่าตกภวังค์ กว่าจะออกจากภวังค์ได้ก็นั่งนิ่งเงียบเป็นท่อนไม้ไปนาน แล้วก็กลายเป็นความสงบที่หลายคนอยากได้ กลายเป็นติดความสงบประเภทนี้จนเหมือนกับติดยาเสพย์ติด

ความสงบแบบตกภวังค์นี่แหละที่เป็นสิ่งซึ่งไม่พึงปราถนาในการฝึกวิปัสสนา แล้วคนเราก็พากันบอกต่อกันแบบปากต่อปากจนเพี้ยนผิดเรื่องไปว่า การฝึกสมถกรรมฐานเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ โดยหารู้ไม่ว่าการฝึกสมถะสามารถสร้างความสงบประเภทอื่นที่เป็นฐานให้กับการฝึกวิปัสสนาได้ด้วย ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ฝึกสมถะต้องติดอยู่ในความสงบแบบตกภวังค์เท่านั้น

คนที่ฝึกภาวนาพุทโธแล้วไม่เกิดความรู้อะไรแสดงว่าฝึกแบบท่องจำ ต่อให้หนีไปฝึกวิปัสสนาก็ใช่ว่าจะเกิดปัญญาขึ้นมาได้ ผู้ที่ฝึกสมถะก็ต้องใช้ปัญญาในการฝึกสมถะให้ถูกทาง หาทางสร้างความสงบเป็นสมาธิซึ่งเป็นฐานให้กับการฝึกวิปัสสนา

ความสงบเป็นสมาธิมีลักษณะต่างจากความสงบที่ตกภวังค์ ความสงบที่ตกภวังค์จะไม่รู้อะไรสักอย่าง ส่วนความสงบเป็นสมาธิจะมีอารมณ์ที่ตั้งมั่น สามารถตามรู้สภาวะที่เปลี่ยนแปลงภายในกายใจของเราไปได้ตลอด

หลายคนฝึกสมถะไม่ก้าวหน้า เพราะไม่เข้าใจว่าความสงบแบบที่ตนต้องการที่ถูกต้องนั้นเป็นความสงบอย่างไร พอภาวนาพุทโธไปแล้วกลับรู้สึกว่าแทนที่จะสงบกลับกลายเป็นกระตุ้นให้คิดมาก ก็มักคิดไปว่าตนฝึกผิดทาง พอพยายามห้ามไม่ให้คิด พออยากที่จะสงบความคิด ก็จะกลายเป็นความทุกข์ที่ขวางกั้นไม่ให้จับลมหายใจไปได้ตลอด

ถ้าฝึกภาวนาพุทโธหรือไม่ว่าจะฝึกวิธีอื่นแล้วพบว่า ยิ่งฝึกยิ่งพบว่าตัวเองคิดมากขึ้น ก็แสดงว่าเป็นความก้าวหน้าในการฝึก เพราะก่อนนั้นเราไม่เคยมีสติตามรู้ทันอาการของกายใจมาก่อน ไม่เคยรู้ตัวทันมาก่อนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าพอเรารู้ตามทันแล้ว จะนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างไรต่อดี

ขณะที่ฝึกเพื่อต้องการความสงบก็อย่าใช้ปัญญา ขอให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง พอมีความสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิมากเท่าใด พอหันมาใช้ปัญญาก็จะสามารถตามรู้เห็นความเป็นไปของสภาวะธรรมได้ละเอียดมากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น แล้วปัญญาที่เกิดขึ้นนั้นเองก็จะย้อนกลับมาทำให้เราเกิดความสงบมากขึ้น

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on August 2, 2009 9:40 AM.

Upgrade MovableType 4.261 to 4.3 was the previous entry in this blog.

การขัดแย้งกันของจังหวะการภาวนาพุทโธ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :