Font s :
Background :

ติดปัญญา

เห็นนักปฏิบัติธรรมกลัวกันเหลือเกินว่าจะติดสมถะ แต่ไม่เห็นใครห่วงกันว่าจะติดปัญญากันบ้างเลย ผู้ที่คลิกเข้ามาใช้เว็บนี้หรือแค่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ที่มีการศึกษามาบ้างไม่มากก็น้อย พวกเราเป็นผู้ที่มีปัญญากันทั้งนั้น แต่ปัญญาที่ใช้กันมันเป็นปัญญาระดับไหน

ที่บ้านผมมีสมาชิกหลายคนเป็นคุณหมอ ทั้งคุณพ่อคุณแม่น้องสาวน้องเขยและหลานก็เป็นหมอเป็นแพทย์ที่เรียนสูงกว่าคนทั่วไป ประโยคที่ผมได้ยินได้ฟังกันจนเบื่อก็คือ เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยมันเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนเกิดมาก็ต้องแก่ เจ็บ และตาย เป็นธรรมดา พอเห็นสมาชิกในครอบครัวป่วย ก็ไม่ทุกข์ร้อนใจ แค่บอกให้ไปเปิดตู้ยาหยิบยานั่นยานี่มาทานเอง ผมชินกับการมองการเกิดแก่เจ็บตายว่าเป็นเรื่องธรรมดาจากพื้นฐานของครอบครัวนี่แหละ

แต่ถ้าถามว่าความเข้าใจเช่นนี้เป็นความเข้าใจหรือเป็นปัญญาในแง่การปฏิบัติธรรมที่นำไปสู่มรรคผลนิพพานหรือไม่ ทำไมผมจึงยังต้องทำใจทุกครั้งที่มีการจากกันเกิดขึ้น ผมยังไม่เห็นว่าการพลัดพรากจากกันจะเป็นเรื่องธรรมดาตามที่เข้าใจ

ย้อนดูการพัฒนาเทคโนโลยีจากอดีตสู่ปัจจุบัน มนุษย์เราพัฒนาการค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์จนเกิดความรู้ต่างจากสมัยพระพุทธเจ้ามากมาย ถ้าอยากจะแยกร่างกายเป็นผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเอ็นกระดูกก็สามารถเปิดทีวีดูสารคดี จะเห็นภาพสีมีคำอธิบายให้ความรู้อย่างละเอียด จะเห็นภาพแยกแยะอวัยวะน้อยใหญ่ ถ้าอยากดูกระดูกก็หาหนังสือรูปภาพกระดูกมาดูได้ ส่วนการแยกธาตุ เราก็เรียนรู้ตารางธาตุร้อยแปด ได้เห็นอเมริกาใช้ระเบิดปรมาณูสลายธาตุดินให้กลายเป็นพลังงาน เกิดเป็นธาตุลมธาตุไฟกระจายออกจากกัน ความรู้เหล่านี้ถือเป็นปัญญาอย่างเดียวกันกับปัญญาที่เราใช้ในการปฏิบัติธรรมหรือไม่

สิ่งหนึ่งที่ตามมาพร้อมปัญญาพร้อมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็คือ ความสบาย คนสมัยนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สบายกว่าสมัยพระพทุธเจ้าเป็นอย่างมาก คนที่ใช้ปัญญามักจะติดความสบาย ไม่ค่อยอดทน ไม่ค่อยยอมสละเวลามาฝึกสมาธิอย่างเอาเป็นเอาตาย เรามักจะเอาจริงเอาจังกันเพียงเท่าที่ตนรู้สึกว่ายังสบาย อะไรที่ทำไปแล้วทุกข์มักจะยอมแพ้หรือหยุด เรามักแสวงหาความสุขกัน เรียกว่ากิเลสมันเอาชนะเราไปตั้งแต่ต้น ยิ่งเรียนสูงมากเท่าใด ปัญญาที่ใช้ก็มีแต่ถูกกิเลสหลอกว่านี่แหละได้ใช้ปัญญาแล้ว

ช่วยกันตรวจสอบว่า ตั้งแต่ฝึกปฏิบัติธรรมมานั้น คุณรู้สึกว่าจิตสงบมากกว่าแต่ก่อนหรือไม่ ถ้าคุณตอบว่าฉันจิตสงบขึ้นมาก ก็ต้องถามต่อไปว่าคุณทำอย่างไรให้จิตมันสงบ เพราะตามธรรมชาติของจิตมันไม่สงบหรอก คุณใช้วิธีดูมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะสงบ หรือว่าคุณใช้ปัญญาพิจารณาหาเหตุของมันจนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วจึงเกิดความสงบ

ถามต่อไปว่าคุณใช้ระยะเวลานานไหมกว่าจิตจะสงบลงไปได้ พริบตาเดียวก็สงบ หรือว่าต้องคอยตามรู้ความเกลี่ยดความชังความโมโหที่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องรอให้เห็นว่ามันเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไปเองของมันทุกครั้งเช่นนั้นหรือ

แล้วถ้าปัญหานั้นมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก คุณก็ต้องใช้ปัญญาตามแบบเดิมที่เคยทำมาอีกหรือไม่

ส่วนเวลาว่างของคุณ คุณใช้เวลาว่างทำอะไร ใช้สติตามรู้อารมณ์ไปเรื่อยๆ หรือยกธรรมเรื่องนั้นๆขึ้นมาพิจารณา และในทุกขณะ คุณรู้สึกตัวว่าคุณมีความสุขหรือไม่

ทำไมหนอพระอริยเจ้าท่านจึงบอกว่า ต้องทุกข์อย่างมากในการหาอุบายมาพิจารณา

สำหรับผู้มีปัญญาอย่างเรา อะไรคือภาวนามยปัญญา

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on July 23, 2009 10:27 AM.

คิดพุทโธ หรือ นึกพุทโธ was the previous entry in this blog.

ดูจิต จากการบริกรรมพุทโธ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :