Font s :
Background :

ความสุขความทุกข์คือสภาพสัมพัทธ์

ธรรมนี้เป็นเรื่องแปลกที่กว่าจะได้บทเรียนว่าอะไรเป็นอะไร ก็ต้องเจอเรื่องทุกข์กับตัวให้ได้ก่อน ธรรมหลายๆเรื่องเขียนไป อธิบายไป ก็เท่านั้น หากผู้ฟังธรรมยังไม่ถึงเวลาที่จะได้บทเรียน ตราบใดที่มีแต่ความสุข ก็จะหลงระเริงไปเรื่อยๆจนกว่าสุขนั้นจะหมดไป และแล้วพอเริ่มทุกข์ จึงค่อยเกิดความเข้าใจธรรมขึ้นมา

ความสุขที่ว่าสุขนั้น มันเป็นความสุขของแต่ละคนที่ให้ค่ากับความรู้สึกว่าสุขต่างกัน ถ้าให้คนที่ไม่มีจะกิน มาอยู่บ้านที่เจ้าของคิดว่าหลังนี้เล็กเกินไป คนที่ไม่มีจะกินเขาจะมองว่าบ้านหลังนี้มันใหญ่เหลือเกินแล้ว คนที่รวยล้นฟ้าแต่ยังมีความอยากได้อยากมีให้มากกว่าเดิมอีก ถ้าย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กๆก็คงทุกข์ใจอย่างมาก แต่ถ้ามองให้กว้าง มองดูคนอื่น มองดูสัตว์โลกน้อยใหญ่ให้ดี การที่ตัวเรามีดีเท่าที่มีอยู่นี้ก็ถือว่าดีกว่าคนอื่นที่แย่กว่าเรามากนัก

ถ้ามองให้ไกลต่อไปอีก ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่นี้มันเป็นของเราจริงหรือ ถ้ามันเป็นของเราจริง เราก็ต้องได้รับแต่ความสุขจากการได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นๆ อริยทรัพย์ต่างหากที่จะติดตัวเราไปตลอดไม่ว่าชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติไหนๆ แล้วจะมัวติดภพติดชาติอยากได้นั่นอยากได้นี่ให้ย้อนกลับมาเกิดในภพนี้ไปอีกทำไม

คนที่มัวแต่รำพึงน้อยใจว่า ทำไมครอบครัวของตน ไม่ว่าจะเป็นสามีของภรรยาที่นอกใจ หรือภรรยาของสามีที่นอกใจ ทำไมลูกหลานของเราจึงไม่ได้ทำตัวดีอย่างที่เรานึก ขอให้มองดูครอบครัวอื่นๆให้ดีเถิด มีกี่ครอบครัวกันที่อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข บ้างก็ตายจากกันไปก่อน บ้างก็ทะเลาะกัน บ้างมีลูกที่เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเล่นการพนัน ถ้ามองดูให้ดีแล้วความทุกข์ที่ว่าทุกข์ของคุณนั้น มันยังดีกว่าครอบครัวอื่นอีกมาก แล้วจะได้รู้จักพอกับสภาพของตน 

  • ที่ว่าทุกข์นั้นเป็นทุกข์ในสิ่งที่มี ยังดีกว่าคนอื่นอีกมากที่ทุกข์เพราะสิ่งที่ไม่มี
  • ให้พิจารณาความทุกข์ของตนเทียบกับความทุกข์ของผู้อื่นแล้วจะทุกข์น้อยลง
  • จะเห็นธรรมชัดเจน เมื่อมองทุกข์

Categories

About this Entry

Font s :
Background :