Font s :
Background :

สักแต่ว่ารู้ กับ การกำหนดจิต

การภาวนาพุทโธกำกับลมหายใจ ส่วนที่ว่ายากคือทำอย่างไรให้อาการหายใจเป็นไปของมันเองตามธรรมชาติ หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ สักแต่ว่ารู้อยู่เท่านั้น ตามดูอาการของลมอยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปฝืนหรือบังคับลมเข้าลมออก

การตามดูเฉยๆให้ทำให้เหมือนเรานั่งดูทีวี หรือนั่งดูอะไรก็ได้ที่เรารู้ว่า เรากำลังดูเหตุการณ์นั้นอยู่นะ เราไม่ได้เข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์ เราไม่ได้เข้าไปเป็นนักแสดงเป็นพระเอกกับเขา เราเป็นแค่คนดู ดูหนัง รู้เรื่อง และเข้าใจเนื้อหาของเรื่องราวที่กำลังฉายบนทีวีนั้น

พอฝึกนั่งดูลมหายใจ ให้ดูจนกระทั่งเหมือนเราไม่ได้เป็นคนหายใจ

ดูเหมือนเราเป็นเรา ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากคนที่กำลังหายใจ เราแค่เป็นผู้ดู เป็นผู้รู้ สักแต่ว่ารู้ และตามรู้ได้โดยตลอด

ต้องระวังไว้ว่า ที่ตนรู้ว่ากำลังหายใจนั้น เรารู้ได้เพราะเรากำหนดจิตเอาไว้ที่ไหน ถ้ากำหนดจิตไว้ที่ปลายจมูกหรือช่องจมูก พอมีอาการไหวเข้ามาก็เป็นอาการให้รู้ว่า กำลังหายใจเข้าอยู่ แล้วพอมีอาการไหวออกไปก็เป็นอาการให้รู้ว่า กำลังหายใจออกอยู่ ให้กำหนดจิตที่ปลายจมูก แล้วตามดูอาการไหวตัวที่ผ่านจุดปลายจมูกนั้น

ถ้าจิตยังไม่นิ่ง แล้วเราไม่ได้กำหนดจิตให้อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่กลับไปตามรู้อาการของกายทั้งกาย โดยไม่ได้เน้นกำหนดจิตที่อวัยวะใดเป็นพิเศษ จะทำให้จิตผู้รู้ รู้แบบไม่มีกำลัง แม้ว่าจะตามรู้ได้จริง แต่ก็รู้ได้แค่หยาบๆ ไม่ได้รู้อย่างละเอียด เพราะเดี๋ยวก็ไปรู้ลม เดี๋ยวไปรู้เสียงที่ผ่านหูเข้ามา เดี๋ยวก็ไปรู้นั่นรู้นี่ ไม่ได้ตามรู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

บางคนเลิกฝึกสมาธิไปเอาแต่ตามรู้ นี่เรียกว่าถูกหลอกให้เอาง่ายเข้าว่า เอาง่ายๆอย่างนั้นเพราะอ้างว่า จะได้ใช้สติกับชีวิตประจำวันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดีกว่าที่จะใช้เวลานั่งสมาธิ เพราะตัวเองต้องทำกิจการงานจนไม่มีเวลาว่างมาฝึกสมาธิ

ลองนึกดูว่า พระท่านยังต้องฝึกเดินจงกรมเลยใช่ไหม กว่าจะตามรู้ได้ก้าวเดียว บางท่านต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะตามรู้อาการของการเดินก้าวเดียวนั้นได้ตลอด แล้วเราเป็นใครเล่า เรามีกำลังจิตเพียงพอหรือยัง ที่จะตามรู้แบบรู้อยู่เฉยๆได้ตลอดวันตลอดทุกขณะจิต

เราควรส่งจิตเข้าโรงพละ เพื่อฝึกสมาธิให้มีกำลัง ฝึกให้ชำนาญ จากนั้นจึงออกไปผจญกับโลกกว้าง ใช้สติตามรู้ แล้วรู้ให้ถึงขันธ์ห้า พิจารณาได้ว่าเป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ให้เห็นเหตุของเหตุ ไล่ตามรู้ไปเรื่อยๆได้ตลอดสาย โดยทั้งหมดนี้ต้องรู้แล้วจบได้ในเวลาเพียงชั่ววูบ เหมือนกับลูกมะม่วงที่ตกลงมาจากต้น แพลบเดียวก็ตามรู้เห็นว่าลูกมะม่วงตกลงมาถึงพื้นแล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปมองว่ากว่าจะตกมาถึงพื้นนั้น ต้องหล่นผ่านกิ่งก้านใดมาก่อนทีละขั้นๆๆๆบ้าง

Categories

About this Entry

Font s :
Background :