คนที่เพิ่งเริ่มฝึกบริกรรมภาวนาคำว่า พุทโธ กำกับจังหวะลมหายใจ ในช่วงแรกที่เริ่มฝึกคงรู้สึกว่าลมหายใจเข้าออกไม่เป็นธรรมชาติ บางทีต้องบังคับลมให้หายใจเข้าออกเพื่อจะได้ภาวนาพุทโธกำกับตามลมหายใจนั้น ฝึกไปฝึกมากลายเป็นอึดอัด จิตไม่สามารถสงบได้สักที
ประเด็นของการภาวนาพุทโธ ทำเพื่อเป็นการบอกตัวเองว่า เรารู้ตัวอยู่นะว่าตอนนี้กำลังทำอะไร เป็นสื่อแสดงถึงสติว่าสามารถใช้ลมหายใจเป็นเครื่องรู้และใช้อาการของการหายใจเป็นเครื่องระลึกได้
เวลาฝึกต้องอย่ากำหนดจิตให้หนักเกินไป ลองปล่อยให้กายหายใจเข้าออกตามประสาของมันไปเอง ยังไงๆตามธรรมชาติถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องหายใจเข้าออกอยู่แล้ว
ขอให้คิดเสียว่า เรากำลังฝึกดูพฤติกรรมของกายของเราเองว่า ตอนนี้กายของเรากำลังทำอะไรอยู่ ตามดูไปเรื่อยๆ พอนั่งหลับตาแล้วไม่คิดอย่างอื่น เราจะพบว่าอาการของกายคือเจ้าลมหายใจเข้าออกนี่แหละที่จะเด่นชัดขึ้นมาเอง ไม่ต้องไปนึกให้หายใจเข้าออกหรอก ปล่อยให้กายทำหน้าที่ของมันไปเอง
พอหายใจเข้าก็รู้ ที่ทำให้รู้ว่าหายใจเข้าก็โดย ภาวนาว่า พุท
พอหายใจออกก็รู้ ที่ทำให้รู้ว่าหายใจออกก็โดย ภาวนาว่า โธ
ลองสังเกตให้ดีว่า อะไรเกิดก่อนหลัง
ลมหายใจที่เข้าออกนั้นเป็นเหตุ เกิดขึ้นมาก่อน
พอเราตามรู้ จึงเป็นผลให้ภาวนาว่า พุทโธ
แต่ถ้าฝืนลมหายใจ เอาแต่บังคับลมเสียเอง คำภาวนาพุทโธจะกลายเป็นเหตุให้เกิดลมขึ้นมาแทน ... อย่างนี้ใช้ไม่ได้
ส่วนกรณีที่พระอาจารย์ท่านสอนให้รู้จักปรับแต่งลมให้เหมาะสม เป็นการปรับแต่งลมตั้งแต่แรกเริ่ม พอนั่งสมาธิลงแล้วให้เริ่มปรับแต่งลมกันตอนนั้น จากนั้นก็ปล่อยให้กายทำหน้าที่หายใจเข้าออกของมันต่อไปเอง อย่าคอยไปปรับแต่งลมบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้จิตไปบังคับลม
