ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่มีปัญหาเมื่อนั่งขัดสมาธิแล้วจะพบว่า ขาขวาชา แล้วปวดขา จึงได้พยายามกราบเรียนถามพระอาจารย์หลายๆท่านว่า จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี
พระอาจารย์บุญส่ง ฐิตสาโร สำนักสงฆ์สันติผาวนาราม จันทบุรี ได้กล่าวให้คำสั่งสอนว่า ขอให้พยายามสู้กับความปวดเหล่านั้น ขอให้พยายามนั่งสมาธิต่อไป แม้จะปวดก็อย่าไปยอมแพ้ หากเราสามารถนั่งสมาธิแล้วเอาชนะความปวดได้สักครั้ง ต่อไปเราก็จะเอาชนะได้อีก ถ้าเราฝึกเยอะๆ นั่งขัดสมาธิบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน ท่านสอนเรื่องการฝึกสมาธิว่า อย่ายึดติดกับวิธีการ ไม่จำเป็นต้องฝึกในท่านั่งเท่านั้น จะฝึกในท่ายืน ท่าเดิน ท่านอน หรือถ้าใครเก่ง แม้แต่จะตีลังกาใช้มือยืนแทนเท้าก็ยังฝึกสมาธิได้
ส่วนตัวผมเองลองหาสาเหตุว่าทำไมจึงปวดขาทำไมขาจึงชาก็พบว่า ถ้านั่งวางขาทับกันแน่นเกินไปก็ไม่ดี นั่งแล้วเอนตัวไปข้างหน้า น้ำหนักตัวก็จะยิ่งเทลงไปบนขาที่พับกันอยู่ หรือการประสานมือขวาทับมือซ้ายที่วางบนหน้าตักนั้น ถ้าวางแขนไปพาดหน้าขาแล้วทิ้งนำหนักแขนลงไปบนต้นขาก็จะทับเส้นเลือด ทำให้ขาชาได้ง่าย นอกจากนั้นถ้าพื้นที่นั่ง ไม่มีฟูกรองก็จะยิ่งนั่งลำบาก
ผมจึงเริ่มจากหาฟูกมารองนั่ง เวลานั่งขัดสมาธิก็พับขาซ้ายเข้ามาก่อน แล้วพับขาขวาวางไว้นอกขาซ้าย ไม่ต้องพับแล้วสอดไว้ใต้ขาซ้าย และพยายามนั่งตัวให้ตรง วางมือไว้บนหน้าตักหรือบนเท้า พยายามทิ้งแขนพาดไว้บนต้นขาให้น้อยที่สุด พบว่าวิธีนี้ทำให้นั่งได้ง่ายขึ้น หากจะปวดหรือชา ก็จะรู้สึกตัวว่าขาชาต่อเมื่อจะออกจากสมาธิเท่านั้น ส่วนระหว่างที่กำหนดจิตตามคำบริกรรมพุทโธนั้น จิตไม่ได้สนใจรับรู้เรื่องของขาหรืออาการปวดของกายส่วนใดแม้แต่น้อย
