Font s :
Background :

ปิดใจด้วยใจ

ในขณะที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่ พอเหลือบตาเห็นคำแต่ละคำ จะเกิดเสียงอ่านคำนั้นขึ้นในใจใช่ไหม

พอกินอาหารเผ็ด แทนที่จะรู้สึกว่าเผ็ดเฉยๆ เราก็จะคิดแปลความรู้สึกต่ออาหารนั้นออกมาเป็นคำพูดในใจว่า เผ็ด

อาการรับรู้ทั้งหลายจึงถูกใจตีความออกมา โดยอาศัยใช้สัญญาความจำของเรานั่นแหละ แล้วพอสังขารช่วยคิดเสริมต่อเข้าไป จะทำให้เกิดเรื่องเกิดราวต่อเนื่องกันไปกลายเป็นทุกข์สุขขึ้นมา

ที่เขียนขึ้นมาข้างต้นนี้ ยังไม่อยากให้คิดใช้ปัญญาอะไรมากมาย แต่อยากให้คิดสงสัยกันหน่อยนะว่า ทำไมคำบริกรรม พุทโธ หรือคำบริกรรมอื่นใดก็ได้ จึงช่วยให้จิตสงบขึ้นมาได้

พอจิตคิดถึงคำว่า พุท พอจิตคิดต่อคำว่า โธ

คำว่า พุทโธ นี้จะดังก้องอยู่ในใจ เป็นเสียงที่ดังขึ้นโดยไม่ต้องใช้หูฟัง

พอจิตภาวนาคำว่า พุทโธ ต่อกันไปเรื่อยๆ ใจเราจะหมดหนทางคิดไปเรื่องอื่น เหมือนใช้พุทโธปิดใจ ปิดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากใจ

ถ้าเอาแต่ภาวนาพุทโธโดยทำใจเหมือนกำลังเปิดเทปฟังเสียง จิตจะสงบ แต่เป็นอาการสงบที่ขาดการตามรู้ อย่างนี้ใช้ไม่ได้

ถ้าอยากจะพุทโธ ให้เหมือนฝึกเดินจงกรม ก็ต้องกำหนดตามรู้พุทโธให้ละเอียด อย่าให้ขาดสติตามรู้คำว่าพุทโธ

พอพุท พอโธชัดเจน ต่อกันได้นานๆ ย่อมแสดงว่า จิตตามรู้ มีสติต่อเนื่องกันได้นานๆ คราวนี้ให้ใช้จิตที่รู้อย่างเดียวนี่แหละ ปิดคำว่าพุทโธทิ้งไป

สิ่งที่ต้องการ คือ ตัวรู้ หาตัวผู้รู้ ไม่ใช่ติดกับคำว่า พุทโธ

จากใจที่วุ่นวาย เหลืออยู่แต่พุทโธ
จากพุทโธที่ใช้นำจิต ต่อไปให้จิตนำพุทโธ

Categories

About this Entry

Font s :
Background :