คนชอบคิด จิตอยู่นิ่งไม่ค่อยเป็น แวบคิดเรื่องนั้น แวบคิดเรื่องนี้อยู่เรื่อย ดังนั้นจึงต้องเน้นเรื่องสมาธิให้มากเป็นพิเศษ
จิตต้องนิ่ง จิตต้องมีกำลังก่อน สิ่งที่รู้เมื่อจิตนิ่งแล้วต่างหาก จึงเป็นปัญญาที่นำไปใช้ได้
ส่วนปัญญาที่ได้จากการอ่านการเรียนรู้จากตำรับตำรานั้น อ่านทีไรก็เข้าใจดี แต่เมื่อเจอกับปัญหาต่อหน้าต่อตากลับนึกคิดเอาปัญญาที่จดที่ท่องจำนั้นมาใช้ไม่ทันทุกที
ผมเชื่อว่าพวกเราที่ติดตามศึกษาเคล็ดการใช้ Excel จากเว็บ Excel Expert Training ย่อมเป็นคนที่ชอบใช้ปัญญาเช่นเดียวกับผมแน่นอนใช่ไหม หลายคนชอบอ่านหนังสือธรรมะ ชอบเข้าวัดฟังเทศน์ ชอบติดตามอาจารย์คนนั้นคนนี้ไปเข้าป่าเข้าวัด พอเห็นอาจารย์ท่านใดสอนเรื่องการใช้ปัญญา จะนิยมชมชอบเป็นพิเศษ .... ลองสังเกตดู ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าเป็นการพึ่งธรรมะของคนอื่น
ถ้าอยากได้ธรรมะ ต้องทำเอาเอง
ทำเองแล้วจะรู้เอง เป็นธรรมมะของตนเอง ไม่ต้องจดจำ ไม่ต้องหมั่นเขียนบันทึกไว้ ไม่รู้ว่าจะบันทึกไว้ทำไม ถ้าเป็นปัญญาที่ตนรู้เอง
อาจารย์เป็นเพียงผู้แนะ ชี้ทางให้รู้จักคิด ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องคอยจดคอยจำว่า อาจารย์ท่านสอนให้เราคิดใช้ปัญญาในเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างไร
คนที่ชอบคิด ชอบใช้ปัญญา อย่าเผลอติดกับดักของปัญญาทีเดียวล่ะ รู้ธรรมะไปหมด แต่ทำไมเอาตัวยังไม่รอดสักที แทนที่จะปล่อยให้จิตส่าย เพราะชอบคิด ขอให้หันกลับมาเน้นฝึกสมาธิให้มาก
ถ้าเถียงว่า สมาธิทำให้จิตอยู่นิ่ง ไม่ได้ประโยชน์อะไร ขอถามหน่อยว่า ที่ผ่านมานั้น คุณเคยใช้ปัญญาที่ว่ามีนั้น ช่วยให้เข้าสมาธิได้จริงจังบ้างไหม ถ้ามีปัญญา ถ้าปัญญานั้นฉลาดจริง น่าจะใช้ปัญญาเข้าสมาธิได้เร็วกว่าคนที่ไม่มีปัญญาใช่ไหม ลองเข้าสมาธิดูสักทีเป็นไง ใช้ปัญญาทำให้สงบได้ไหม
หลวงพ่อพุธ ท่านแยกสมาธิในอริยมรรค ออกจากสมาธิในฌาน แม้ว่าสมาธิกับฌานนั้นเป็นสภาวะที่คล้ายกัน อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือสลับกัน ไม่เหมือนกัน แต่ก็มีรากฐานการฝึกเริ่มจากการทำจิตให้สงบนิ่งเช่นเดียวกัน
พระอาจารย์ท่านอื่นก็กล่าวเช่นเดียวกันว่า สมาธิกับฌานนั้นไม่เหมือนกัน ที่เราต้องการไม่ใช่ฌาน แต่เป็นสมาธิ
