Font s :
Background :

อะไรๆก็วิปัสสนา

เดี๋ยวนี้จะได้ยินได้ฟังกันบ่อยว่า ฉันไปเข้าค่ายฝึกสมาธิกันมา ที่ฉันฝึกมานี่เป็นวิปัสสนาทีเดียวนะ ไม่ได้เป็นแค่สมถะอย่างที่สายโน้นๆเขาฝึกกัน

ที่น่าดีใจคือ พวกเราสนใจฝึกสมาธิกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะเหนื่อยใจกับปัญหารอบข้าง เศร้าใจกับความทุกข์หรือความป่วยไข้ที่รุมเร้า จึงหาที่สงบๆได้พักใจ ได้เรียนรู้ธรรมะ ได้เรียนวิธีทำสมาธิ และปรับจิตใจของตัวเอง

ที่แย่หน่อย บางคนพอเราแนะนำให้อ่านหนังสือธรรมะ แนะให้เข้าวัดไปฟังเทศน์ กลับบอกตอบมาว่า ฉันยังไม่อยากจะบวชหรอกนะ อ่านหนังสือธรรมไปทำไม เข้าวัดไปทำไม ฉันไม่สนใจหรอก ฉันไม่ได้อยากจะบวชเป็นชีเป็นพระเสียหน่อย

ตอนที่พระพุทธเจ้าเพิ่งตรัสรู้เสร็จใหม่ๆ พระองค์ถึงกับถอนใจว่า จะมีใครอีกบ้างที่จะเข้าใจสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสรู้ เพราะธรรมนั้นยากที่ปุถุชนคนธรรมดาจะเข้าใจ แต่แล้วพระองค์ก็ทรงทราบด้วยญาณว่า ยังพอมีบุคคลที่พอจะสั่งสอนได้บ้าง เหมือนกับบัวที่แบ่งออกเป็นสี่เหล่า เป็นบัวพ้นน้ำ บัวปริ่มน้ำ บัวใต้น้ำ หรือบัวที่ยังคงอยู่ในตมเลน

วิปัสสนาเปรียบเสมือนวิธีดับทุกข์ แต่ก่อนที่จะดับทุกข์ได้ ต้องรู้จักกับตัวทุกข์ก่อน แล้วไล่หาที่มาสาเหตุแห่งทุกข์นั้น จากนั้นจึงหาอุบายวิธีที่จะดับทุกข์ให้หายไปถาวร ไม่หวนกลับมาให้เกิดทุกข์อีก

ผู้ที่เพิ่งไปเข้าอบรมสมาธิมา ไม่ว่าจะเรียนมาในสายใด ยุบหนอพองหนอ จับลมหายใจ เดินจงกรม เพ่งดวงธรรม หรือภาวนาบทสวด ไม่ว่าจะเรียกว่าที่ตนฝึกมานั้นเป็นวิปัสสนาหรือวิปัสสนึก ไม่ว่าจะเรียนสติปัฎฐานสี่มาหรือไม่ ขอให้ลองนึกดูซิว่า ทุกข์ของตนนั้น น้อยลงกว่าเมื่อก่อนหรือไม่ หากทุกข์ แล้วเสียเวลาให้กับความทุกข์นั้นนานหรือน้อยลงกว่าเดิมหรือไม่

ถ้ายังมีทุกข์เหมือนเดิม แสดงว่าที่ตนเรียนวิปัสสนามานั้น ตนเองยังไม่ได้วิปัสสนาอะไรอย่างที่เรียนมาหรอก

วิปัสสนาเป็นการใช้ปัญญาเพื่อดับทุกข์อย่างถาวร อาจารย์เป็นได้เพียงผู้แนะ แต่ตัวเราเองต่างหากที่ต้องสร้างปัญญาด้วยตัวเอง เพื่อดับทุกข์ของใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่ทุกข์ของตัวเองอีกนั่นแหละ วิปัสสนาจึงไม่ใช่สักแต่รู้เพียงเพราะเรียนมาหรือฟังเขามา แต่ต้องฝึกวิปัสสนาเอง ให้เกิดผลกับตนเองให้ได้ด้วย จึงจะเป็นวิปัสสนาที่แท้จริง

แรกๆที่จับลมหายใจ หรือจับอาการของรูป เวทนา จิต ให้เห็นสภาวะในปัจจุบันให้ทันนั้น เป็นเพียงเส้นทางนำไปสู่วิปัสสนาเท่านั้น ยังไม่ถึงวิปัสสนาของจริงๆหรอก เมื่อว่าถึงปัจจุบัน ที่ว่าต้องตามรู้ให้เท่าทันนั้น ยังต้องอาศัยอารมณ์ของสมถะเป็นพื้น สมถะทำให้จิตใจสงบแน่นิ่งอยู่กับการตามรู้ ซึ่งทำให้หลายๆคนติดกับสมถะ แล้วพาลพานึกว่า นี่แหละคือ วิปัสสนา เพราะสงบสุขอยู่กับสมถะเหลือเกิน ระหว่างที่จิตจดจ่ออยู่กับคำภาวนานั้น เราจะเลิกคิดถึงความทุกข์ หมดทุกข์ไปชั่วคราว แต่ยังไม่ได้ดับทุกข์อย่างถาวร

วิปัสสนา ต้องไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ ไม่เช่นนั้นพระพุทธเจ้าคงไม่ถึงกับถอนใจว่า ธรรมนี้ลึกซึ้งยิ่งนัก

ผมเองไม่อยากให้เรายึดติดกับคำว่า สมถะหรือวิปัสสนานี่เลย คนที่เพิ่งก้าวเข้ามาฝึกปฏิบัติธรรมอาจสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัว เพราะเชื่อกับคำสอนของอาจารย์ที่บอกว่า วิธีที่สำนักของตนนี้เป็นวิปัสสนา แล้วหันไปดูถูกแบบผิดๆกับวิธีปฏิบัติของสำนักอื่นซึ่งใช้วิธีต่างกันไป

สมาธิช่วยสร้างกำลังจิตให้เข้มแข็งมากขึ้น พอจิตมีสมาธิ จิตจะมองเห็นสภาพที่แท้จริงของสิ่งต่างๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมาธิช่วยทำให้เห็นสภาวะที่แท้จริง จากนั้นจึงใช้ปัญญา แยกแยะสิ่งตนรับรู้รับทราบ พิจารณาให้เห็นทุกข์ สมุทัย และใช้มรรคเพื่อให้ดับทุกข์คือนิโรธ

ปัญญาเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องสร้างเอง

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on December 9, 2005 11:35 AM.

ขอทางหน่อย ... ไม่ได้ ฉันจะไปก่อน was the previous entry in this blog.

Test Upload image is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :