พอพูดถึงราหู เราจะนึกภาพยักษ์ราหูกำลังอ้าปากกว้างเตรียมอมดวงจันทร์ แถมเวลาที่ไปดูดวงก็มักจะอกสั่นขวันหายเมื่อถูดพาดพิงถึงราหู
ราหูมีตัวแทนเป็นเลข 8 เป็นเลขตำแหน่งหนึ่งในแผ่นดวงชะตา ซึ่งมักจะบอกกันว่า ดาวราหู ซึ่งแท้จริงแล้วดาวราหู ไม่ใช่ดาว แต่เป็นตำแหน่งหนึ่งบนท้องฟ้า เดินสวนกับการโคจรของดาวอื่นๆ
ราหูเป็นตำแหน่งบนท้องฟ้า เกิดจากจุดตัดกันของระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ตัดกับระนาบการโคจรของดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลก เนื่องจากดวงจันทร์จะมีระนาบการโคจรที่ส่ายไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงทำให้จุดตัดกันของระนาบทั้งสองเคลื่อนย้ายไปทางขวาทีละน้อย ผิดกับการโคจรของดาวซึ่งโคจรจากขวามาซ้าย
ลองนึกภาพดูซิว่า ถ้าระนาบการโคจรทั้งสองเป็นระนาบเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น ... ถ้าเป็นระนาบเดียวกัน จะเกิดคราสให้เห็นกันทุกเดือนทีเดียว แต่นี่เนื่องจากดวงจันทร์และโลกเดินโคจรต่างระนาบกัน ดังนั้นนานๆทีจึงจะเกิดคราส
กำหนดการเกิดคราสในตำแหน่งดาวในแผ่นดวง จะเกิดขึ้นเมื่อเลข 1 อาทิตย์ เลข 2 ดวงจันทร์ เลข 8 ราหู อยู่ในแนวเดียวกันหรือเดินอยู่ข้างเดียวกันใกล้ๆกัน ถ้าเลข 1 กับ 2 มาทับกันสนิท แต่เลข 8 ราหู อยู่ไกล ก็ไม่เกิดคราสเพราะในแง่ของระนาบแล้วอยู่ในต่างระนาบกัน
เนื่องจากราหูเป็นจุดตัดของแนวระนาบ และดวงจันทร์เป็นดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด มีแรงดึงดูดมายังโลก ดังนั้นราหูจึงเป็นตำแหน่งอิทธิพล หรือจะเรียกว่าเป็นตำแหน่งที่ง่ายต่อการถูกกระตุ้น (catalyst) ได้ง่ายที่สุด
เมื่อราหูเดินไปทับตำแหน่งดาวใด ดาวนั้นจะส่งแรงมายังโลกได้ง่าย และแรงกว่าปกติ ดังนั้นราหูจึงสามารถให้คุณก็ได้ ให้โทษก็ได้ แล้วแต่ว่าไปกระตุ้นร่วมกับดาวใดหรืออยู่ในตำแหน่งใด
ถ้าตำแหน่งนั้นเดิมเป็นตำแหน่งที่ให้คุณ เมื่อราหูเดินมาทับหรือมาเล็ง จะส่งผลให้เกิดคุณมากขึ้น แต่ถ้าตรงกับตำแหน่งที่เป็นโทษ ย่อมเกิดโทษร้ายกาจกว่าเดิม
ราหูในแงร้าย อาจดูว่าร้าย แต่ถ้าคิดถึงแรงซึ่งมีมากกว่าเดิมมาก ขอแต่เพียงเจ้าของดวงชะตารู้ตัว และพยายามใช้พลังที่มีมากอย่างสุขุม ใช้อย่างระมัดระวัง โดยไม่ต้องออกแรงมากเพราะขณะนั้นแรงมีมากกว่าเดิมอยู่แล้ว ย่อมเปลี่ยนร้ายให้เป็นดีได้เช่นกัน
เมื่อเราใช้โหราศาสตร์ในแง่ของวิทยาศาสตร์ มากกว่าที่จะเชื่ออย่างงมงาย จะได้เลิกกลัวราหูแล้วใช่ไหม
