เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน แฟนของผมอยู่ในสนามบินหาดใหญ่ตอนที่เกิดระเบิดขึ้น โชคดีที่แฟนขึ้นไปรอชั้นบนในห้องพักผู้โดยสารขาออก ห่างจากจุดระเบิดชั้นล่าง แต่ยังได้ยินเสียงระเบิดชัดเจน ตึกสั่นสะเทือนไปหมด ผู้โดยสารขาออกที่กำลังรอขึ้นเครื่องต่างนึกว่า เป็นเสียงระเบิดของเครื่องบินซึ่งเพิ่งบินออกไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ของสนามบินได้ประกาศให้ผู้โดยสารเตรียมขึ้นเครื่องได้ โดยให้เดินออกไปทางประตูเหมือนจะพาไปขึ้นเครื่อง แต่กลับพาเดินอ้อมไปข้างนอก จึงรู้ว่าเกิดระเบิดขึ้นชั้นล่าง เห็นทีวันนี้คงไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพเสียแล้ว แต่จะกลับไปหาที่พักได้ที่ไหน เมื่อไหร่จะได้เดินทางกลับ ไม่เห็นทางสนามบินประกาศอะไรออกมา
ในช่วงนั้นโทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ จะโทรตามให้ญาติมารับกลับไปหาที่พักก็ทำไม่ได้ แถมทางสนามบินก็ปล่อยเกาะผู้โดยสาร ไม่ชี้แจงหรือให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างที่ควร พอรอไม่ไหว กลัวก็กลัว แฟนจึงต้องเดินออกมาจากสนามบินเพื่อโบกรถขออาศัยกลับมาหาญาติที่ตัวเมืองหาดใหญ่
พวกเราอย่านึกว่าสนามบินหาดใหญ่จะทันสมัยเหมือนกรุงเทพนะครับ ทางเข้าเป็นป่า เป็นภูเขา โคมไฟข้างทางถนนที่วิ่งมาสนามบินก็ไม่มีดวงโคมติดๆกันแบบถนนกรุงเทพ ผู้โดยสารต้องเดินกันออกมาในที่มืดสนิท ยังดีที่มีผู้ใจบุญช่วยรับแฟนให้นั่งท้ายกระบะออกมาได้
ระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นที่ตัวสนามบิน ไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวเครื่องบิน แต่สนามบินคงนึกว่าทางสายการบินจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ตกเครื่องของเขาเอง ทางฝ่ายสายการบินก็คงนึกว่า ทางสนามบินจะช่วยดูแลผู้โดยสาร .... สุดท้ายแล้วไม่มีใครรับผิดชอบช่วยดูแลผู้โดยสาร
ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังมีเด็กผู้หญิงที่จะต้องบินคนเดียวเป็นครั้งแรกถูกทิ้ง จะติดต่อพ่อแม่ให้มารับก็ทำไม่ได้ ซึ่งแฟนผมช่วยเป็นภาระพากลับมาที่ตัวเมือง แล้วโทรแจ้งให้พ่อมารับกว่าจะกลับได้ก็ตอนตีสาม
และแล้ว เรื่องการขาดความรับผิดชอบแบบนี้ คงจะลืมเลือนกันไปอีก....
