ผมเชื่อว่าพวกเราหลายๆคน เคยมีความรู้สึกเดียวกันเวลาที่เข้าอบรมหรือเข้าประชุมว่า ตนเองไม่ค่อยกล้าที่จะถามคำถามใช่ไหม ขนาดเขียนคำถามลงไปในกระดาษแล้วส่งต่อไปถามอาจารย์ยังกลัว ไม่กล้า ไหนเลยจะกล้ายกมือยืนขึ้นถาม
ผมเองก็เป็นครับ มีความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกันแหละ ยิ่งเป็นเรื่องเป็นปัญหาที่คิดแล้วดูเหมือนเราอาจจะเป็นคนเดียวที่มีปัญหา ยิ่งไม่กล้าถามใหญ่ กลัวคำถามของเราจะทำให้เพื่อนๆในห้องอบรมเสียเวลา กลัวถูกอาจารย์ดุหรือหัวเราะเยาะหาว่าถามเชยๆ กลัวนั่นกลัวนี่ร้อยแปด และแล้วพอหมดเวลาอบรมก็เลยยังไม่ได้ถาม
พอไม่ได้ถาม จึงไม่ได้รับคำตอบ คำถามยังค้างคาใจ เลยพยายามคิดหาคำตอบเอง ลองแล้วลองอีกก็ยังทำไม่ได้ ขณะที่ลองนั้นอาจารย์ก็สอนต่อไปเรื่องอื่นแล้ว กลายเป็นว่า แทนที่จะติดปัญหาเรื่องเดียว กลับติดปัญหาต่อเนื่องไปตลอด เรียนตามเพื่อนไม่ทัน คิดแล้วหงุดหงิด เลยพาลโมโหอาจารย์ จากนั้นไปสมองก็เลยปิดการเรียนรู้ น่าเสียดายโอกาส เจ้านายอุตส่าห์ส่งมาเรียน Excel แล้วกลับไม่ได้อะไรกลับไป
ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย ขอให้ตัดความกลัวไม่กล้าถาม ลองเสี่ยงยกมือเรียนให้อาจารย์ทราบโดยด่วนว่า ที่แล้วมานั้นตนเองเรียนตามไม่ทัน เพราะอาจารย์พูดเร็วไป หนูฟังแล้วไม่เข้าใจ เพราะหนูไม่เคยรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน ขอให้อาจารย์ช่วยอธิบายซ้ำอีกครั้งหรือช่วยทบทวนพื้นฐานให้ก่อน
ถ้าไม่กล้ายกมือถามในชั้นเรียน ขอให้เข้าไปเรียนถามอาจารย์ตัวต่อตัวในช่วงเวลาพัก หรือขอนัดอาจารย์ช่วยขึ้นมาอธิบายซ้ำเพิ่มเติมให้อีกก็ได้หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ... ผมเชื่อว่าอาจารย์ที่มีจิตวิญญาณเป็นครูอาจารย์ ย่อมยินดีและดีใจที่ลูกศิษย์มาขอความช่วยเหลือเช่นนี้
ตัวลูกศิษย์เอง ในขณะที่พยายามไขว่คว้าหาความรู้ขอให้อาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้นั้น ก็ควรพยายามทำตนเป็นศิษย์ที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าตนถือว่าจ่ายเงินค่าอบรมเข้ามาแล้ว อาจารย์ก็กลายเป็นลูกจ้างคนหนึ่ง อย่ามาตำหนิหรือดุว่ากล่าวเราทีเดียวนะ แถมอาจารย์ต้องคอยมาเอาใจใส่ฉันเป็นพิเศษด้วย ซึ่งผมเองเคยพบในแบบประเมินผลการอบรมบ่อยครั้งที่ต้องมีผู้เข้าอบรมสักคนหนึ่งเขียนบ่นหรือเขียนตำหนิว่า อาจารย์สอนไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่ผู้เข้าอบรมส่วนมากหรือแทบจะทุกคนทีเดียว เขียนชมอาจารย์กันทั้งนั้น
เดี๋ยวนี้เวลาก่อนเริ่มการอบรม ผมจึงต้องขอให้ผู้เข้าอบรม อย่ากลัวการทำผิด ขอให้พยายามทำตัวอย่างด้วยตนเอง อย่าเอาแต่ลอกจากจอของอาจารย์ ผิดก็ขอให้ผิดเป็นครู จะได้ไม่ต้องทำผิดซ้ำอีก ทำไม่ได้ ทำไม่ทันขอให้ยกมือขึ้นถามได้ตลอดเวลา อย่าเกรงใจอาจารย์
บางคนมัวแต่เกรงใจอาจารย์ ขอรอจังหวะให้อาจารย์อธิบายเสร็จก่อนค่อยถาม เวลาผ่านไปหลายนาที จนแล้วจนรอดไม่มีโอกาสถามสักที พอยกมือขึ้นถาม กลับทำให้อาจารย์ต้องใช้เวลาของผู้เข้าอบรมทั้งห้อง แก้ปัญหาย้อนหลังให้กับคนๆเดียวอีกหลายนาที อย่างนี้ก็ไม่เหมาะเพราะกลายเป็นตนเอาเปรียบเวลาของเพื่อนร่วมชั้น ดังนั้นผมจึงต้องแนะนำผู้เข้าอบรมก่อนว่า อย่าเกรงใจนะครับ ติดปัญหาเมื่อใด ยกมือขึ้นถามได้ทันที
ที่น่าห่วงก็คือ ผลจากสังคมยุคอินเตอร์เน็ตนี่เองที่พวกเราสามารถใช้นามแฝงสื่อสารกัน จะใช้คำไม่สุภาพอย่างไรก็ไม่เสียหายไล่มาถึงตนเอง จะด่าทอต่อว่าตำหนิอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะตนเองไม่ได้บอกชื่อนามสกุลจริง กลับกลายเป็นว่า ฉันไม่กลัว แล้วกล้าที่จะซักถามกัน แต่ต้องใช้นามแฝงก็แล้วกันนะ
