จุดอ่อนของสูตร Vlookup และสูตร Match คือ ไม่สามารถหาค่าครบทั้งหมดในกรณีที่มีค่าซ้ำ โดยสูตรเหล่านี้จะใช้ได้กับค่าที่มีเพียงรายการเดียว
ให้แก้ไขโดย จัดการทำให้สิ่งที่ซ้ำ สิ่งที่ดูเหมือนกันนั้น กลายเป็นไม่ซ้ำ ไม่เหมือนกัน เช่น สมมติว่า Column A เป็นเลขที่รายการ และ Column B เป็นชื่อลูกค้า
รายการที่ 10 มีชื่อลูกค้า นาย ก
รายการที่ 15 มีชื่อลูกค้า นาย ก
รายการที่ 17 มีชื่อลูกค้า นาย ก
ให้ใช้เซลล์ใหม่สร้างสูตรนำชื่อลูกค้ามาต่อกับเลขที่รายการ โดยใช้เครื่องหมาย & เข้ามาเชื่อม
=B1&" "&A1
จะได้ข้อมูลใหม่เป็น
นาย ก 10
นาย ก 15
นาย ก 17
ถ้าจะทำให้ดีกว่านี้ ควรหาทางเปลี่ยนเลขที่รายการที่ 10, 15, และ 17 ให้กลายเป็นเลขลำดับรายการที่เท่าใดของลูกค้า นาย ก
รายการที่ 10 มีชื่อลูกค้า นาย ก ลำดับที่ 1
รายการที่ 15 มีชื่อลูกค้า นาย ก ลำดับที่ 2
รายการที่ 17 มีชื่อลูกค้า นาย ก ลำดับที่ 3
จากนั้นจึงสร้างสูตรนำชื่อลูกค้ามาต่อกับลำดับที่ โดยใช้เครื่องหมาย & เข้ามาเชื่อม จะได้ข้อมูลใหม่เป็น
นาย ก 1
นาย ก 2
นาย ก 3
ลำดับที่หาได้จากสูตร =CountIF($B$1:B1,B1)
สูตรนี้เป็นสูตรนับแบบสะสม สังเกตว่า ตำแหน่ง $B$1 ตัวแรกในสูตรใช้แบบ Absolute เพื่อควบคุมตำแหน่งแรกไว้ ส่วนตำแหน่งหลังไม่ใส่ $ เพื่อปล่อยให้ตำแหน่งท้ายขยับไปตามแต่ว่าอยู่ในเซลล์ใด ก็จะขยายไปถึงเซลล์นั้น
เมื่อเราต้องการใช้สูตร Vlookup หรือสูตร Match ให้เพิ่มเลขลำดับต่อท้ายชื่อลูกค้าลงไปเพื่อใช้ในการค้นหา
ประโยชน์ตามมาหลังจากทำให้สิ่งที่ซ้ำ สิ่งที่ดูเหมือนกันนั้น กลายเป็นไม่ซ้ำ ไม่เหมือนกัน ยังช่วยให้เราสามารถสั่ง Sort ข้อมูลที่ซ้ำกันให้จัดเรียงก่อนหลังได้ดังใจอีกด้วย
