มีคนถามผมอยู่บ่อยๆว่า ทุกวันนี้ผมเสียเวลามานั่งตอบปัญหา Excel อยู่ครึ่งค่อนวันนั้น ผมได้อะไร
แม้คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมเจออยู่เสมอ คำถามที่ว่า ผมได้อะไร ก็ทำให้ผมอึ้งไปชั่วขณะไม่รู้ว่าจะตอบให้เขาเข้าใจอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดว่าผมต้องการอะไรตอบแทนจากคนอื่น พอได้เขียนคำตอบช่วยแก้ปัญหาไปแล้วก็เกิดความดีใจที่ได้ให้ มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองในกายใจของผม และเชื่อว่าหลายๆคนที่ชอบให้ชอบทำบุญโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนย่อมมีความรู้สึกเช่นผมกันทุกคน และเชื่อว่าคนที่ชอบให้เป็นนิสัย คงไม่คิดถามเช่นนี้เพราะตัวเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าได้อะไรขึ้นมา
ย้อนคิดถึงการฝึกสมาธิกันบ้าง ถ้าคิดไว้ก่อนว่าฝึกสมาธิไปเพื่อให้ได้อะไร ความอยากนั้นจะกลายเป็นสิ่งบั่นทอนให้เกิดความเหนื่อยล้าเมื่อฝึกแล้วฝึกอีกก็ยังไม่ได้ในสิ่งที่หวังสักที แต่เมื่อพยายามฝึกไปเรื่อยๆ ตัวผู้ฝึกเองจะรู้ว่าสิ่งที่ได้รับนั้นมันยิ่งใหญ่กว่ารางวัลหรือสิ่งใดที่เคยได้รับจากผู้อื่นในชีวิต
การฝึกสมาธิต้องไม่ติดกับรูปแบบวิธีการ จะเรียกวิธีที่ฝึกว่าอย่างไรก็ได้ ใครจะว่าเป็นสมถะ หรือใครจะว่าไม่ใช่วิปัสสนาก็ช่างเขา แม้แต่ฝึกตามรู้ลมหายใจ ก็ไม่จำเป็นต้องไปตั้งชื่อเรียกว่าเป็นลมหายใจ พอนั่งนิ่งในที่สงบปิดตาปิดปากแล้ว จะมีอย่างเดียวที่เด่นชัดขึ้นมาก็คือ เจ้าอาการไหวๆที่เกิดขึ้นในโพรงจมูก บางคนก็เห็นอาการไหวที่หน้าท้อง ... ไม่ว่าอะไรที่ไหวตัวขึ้นมาภายในกายภายในใจของตัวผู้ฝึกเองนั่นแหละใช้ฝึกตามรู้ได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นเสียงดังๆที่ได้ยินเข้ามา ถ้าไม่คิดไปว่ามันหนวกหู มันก็เป็นอาการไหวเหมือนกัน
