ในขณะที่กำหนดจิตให้ตามรู้ลมหายใจ หากกำหนดจิตเฝ้าดูลมหายใจไว้หนักเกินไปก็จะกลายเป็นการฝืนลมหายใจ แทนที่จะหายใจไปตามธรรมชาติ ก็จะกลายเป็นลมหายใจที่เราบังคับให้หายใจเข้าหายใจออก ดังนั้นการฝึกจิตให้ตามรู้ได้อย่างพอดี ไม่หนักใจเกินไป ไม่เบาใจจนลืมตามรู้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาทางปรับแต่งให้เป็น ต้องหาทางให้เกิดความพอดีให้ได้
เอาล่ะครับ ขอถามหน่อยว่าระหว่างที่คุณกำลังอ่านข้อความในย่อหน้าข้างต้นนี้ คุณสามารถตามรู้ลมหายใจไปพร้อมกันกับการอ่านหรือไม่ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงลืมจับลมหายใจไปแล้วใช่ไหม เพราะเมื่อเราใช้สติจดจ่อกับสิ่งใด เราจะไม่สนใจสิ่งอื่น แต่ที่น่าแปลกก็คือ ระหว่างที่เราไม่ได้นึกถึงลมหายใจหันมาอ่านหนังสืออยู่นี้ ร่างกายจะหายใจไปเองตามธรรมชาติของมัน
ที่แปลกก็คือ พอถูกถามเช่นนี้ขึ้นมา คุณจะสามารถอ่านไปพร้อมกับกำหนดรู้ตามลมหายใจไปด้วยกันแล้วใช่ไหม
ทำอย่างไรหนอที่จะปล่อยให้ร่างกายหายใจไปเองตามสภาพของมัน แล้วในขณะนั้นเราสามารถตามรู้ลมหายใจไปด้วย โดยไม่ปล่อยจิตให้ไปควบคุมหรือแทรกแซงอาการหายใจ
คราวนี้ขอให้ลองบริกรรมคำว่าพุทโธต่อเนื่องกันไปในใจ ไม่ต้องภาวนาช้าไปหรือหรือเร็วไป ขอให้ภาวนาพุทโธโดยไม่ต้องสนใจกับการหายใจ พยายามภาวนาพุทโธให้ต่อเนื่อง
พอคิดถึงคำว่า พุท จบไปก็คิดนึกถึงคำว่า โธ แล้วพอรู้ว่าคำว่า โธ จบไปแล้ว ก็นึกถึงคำว่า พุท ต่อๆๆๆไปเรื่อยๆ (ไม่ใช่สักแต่ว่าภาวนาพุทโธๆๆๆต่อๆๆๆกันไป โดยไม่ได้ตามรู้ว่าทำไมต้องถึงเวลาที่ต้องพุทหรือต้องโธ)
เมื่อสามารถภาวนาพุทโธได้ต่อเนื่องกันดีแล้ว จากนี้ให้สังเกตจังหวะหยุดระหว่างที่จบคำว่าพุทและยังไม่ได้คิดนึกคำว่าโธว่ามีจังหวะหยุดระหว่างการเชื่อมต่อนั้นอยู่ด้วย แล้วใช้จังหวะนั้นสังเกตุลมหายใจเข้าออกที่โพรงจมูกไปด้วยว่าเราก็กำลังหายใจอยู่นะ หรือถ้าคิดละเอียดแบบนี้ไม่ได้ก็ขอให้คิดถึงลมหายใจขึ้นมาบ้างในขณะที่ภาวนาคำว่าพุทโธ ซึ่งถ้าภาวนาเร็วไปก็จะไม่รู้ลม ภาวนาช้าไปก็จะรู้ลมมากไปอีกจนลืมภาวนาพุทโธ
ต้องปรับจังหวะคำบริกรรม พุท โธ พุท โธ พุท โธ ให้พอดีๆ จึงจะสามารถตามรู้ลมหายใจพร้อมกันไปได้ด้วย ซึ่งในขณะนั้นเพียงแค่รู้ว่าหายใจอยู่ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียดว่าหายใจเข้าหายใจออก เพราะจะสร้างความยากจนทำให้ขาดความต่อเนื่องของการบริกรรมพุทโธก็ได้
(ถ้าเทียบกับการอ่าน ก็เหมือนกับการอ่านตัวหนังสือตัวหนึ่งจบไป แล้วจิตก็สามารถคิดถึงลมหายใจได้ ก่อนที่จะอ่านหนังสือตัวถัดไป)
วิธีการข้างต้นนี้เป็นการเอาความคิดไปกลบความคิดไม่ให้คิดถึงเรื่องอื่นโดยให้คิดถึงแต่คำว่าพุทโธที่เรากำหนดขึ้นมาแล้วปล่อยให้หายใจไปตามธรรมชาติ แล้วพยายามรู้ลมไปด้วยให้ได้ เรียกว่าบริกรรมพุทโธนำลมหายใจ ซึ่งต่างจากวิธีบริกรรมพุทโธตามรู้ลมหายใจ
วิธีเหล่านี้จะช่วยหาความพอดีในการตามรู้
- ในขณะที่ใช้จิต ก็สามารถรู้อาการของกายที่เคลื่อนไหว
- ในขณะที่ใช้กาย ก็สามารถตามรู้จิตที่เคลื่อนไหว
แค่ภาวนาพุทโธกับลมหายใจเข้าออกเพียงครั้งเดียว ผู้มีปัญญาก็สามารถใช้ประโยชน์ในการตามรู้ได้อย่างเต็มที่
