Font s :
Background :

ความพึงพอใจในปัจจุบัน

เราเรียนเขียนอ่านฟังกันมาว่า จงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งประโยคนี้ทำได้ยากนัก เพราะความคิดของเรามักวิ่งไปหาเรื่องในอดีต คิดฝันไปถึงเรื่องในอนาคตกันอยู่เสมอ ข้างฝ่ายที่ไม่ค่อยเข้าใจธรรมดีนัก ก็มักจะสงสัยว่า ถ้าไม่คิดถึงอนาคตกันบ้างเลย เราจะมีความเจริญเติบโตก้าวหน้ากว่าปัจจุบันกันได้อย่างไร

มีหลากกลายวิธีที่จะนำพาให้เราอยู่กับปัจจุบัน บ้างก็ว่าอดีตมันผ่านไปแล้ว แก้ไม่ได้แล้ว ใยจึงเสียเวลาไปคิดถึงอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ส่วนอนาคตก็เป็นสิ่งไม่แน่นไม่นอน ยังดิ้นเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยไป ถึงจะคิดถึงอนาคต วาดฝันวางแผนไว้ว่าต้องเป็นอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนี้ ก็ใช่ว่าอนาคตจะเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้อย่างดิบดี

วิธีที่แนะนำกันเช่นนั้น เข้าข่ายการทำให้ไม่พึงพอใจที่จะอยู่กับอดีตหรืออนาคต แล้วเมื่อไม่พึงพอใจกับอดีตอนาคต ก็จะหันมาอยู่กับปัจจุบัน มันไม่ได้ช่วยให้เห็นประโยชน์ของการอยู่กับปัจจุบันสักเท่าใดนัก

ตามหลักอิทธิบาทสี่ ฉันทะต้องมีให้พร้อมก่อน เราต้องมีความพึงพอใจอยากที่จะอยู่กับปัจจุบันให้ได้ก่อน จากนั้นวิริยะ จิตตะ วิมังสา จึงติดตามมา

หนึ่งในวิธีที่ผมใช้ทำให้พึงพอใจกับปัจจุบันเกิดจากเหตุผลที่ว่า ปัจจุบันเท่านั้นแหละที่จะช่วยให้เราเรียนรู้สภาวะในปัจจุบันได้ละเอียดชัดเจนที่สุด

ขณะที่ลมหายใจเข้าแล้วบริกรรมว่าพุท พอลมหายใจออกก็บริกรรมว่าโธนั้น หากตีความว่าเป็นการระลึกรู้ถึงปัจจุบันที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกนั้นก็ใช่อยู่ หากยังเป็นสภาวะปัจจุบันที่ยังไม่ละเอียดนัก แต่ถ้ากำหนดจิตให้ตามรู้ที่โพรงจมูก ไม่ว่าอะไรที่ไหวตัวขึ้นในโพรงจมูกก็ให้รู้ พอรู้แล้วจึงภาวนากำกับว่าพุทโธ ก็จะเป็นวิธีฝึกให้อยู่กับปัจจุบันที่ละเอียดขึ้น

อีกหน่อยพออะไรที่ไหวตัวมีอาการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องเสียเวลาไปกำหนดชื่อให้กับมันว่าเป็นสิ่งใดอะไรที่ไหวตัว เราก็รู้ แล้วในรู้นั้นเองที่จะได้เห็นรายละเอียดของสิ่งที่ได้รู้อย่างชัดเจน หากจิตอยู่กับปัจจุบัน

สมองของคนเรา ทำงานในสภาพปกติได้อย่างหยาบมากๆ คุณจำได้ไหมว่า ตอนเช้าวันนี้ คุณทำอะไรไปบ้าง พอออกจากบ้าน ผ่านรถสวนทางกับใครมีหน้าตาเป็นอย่างไร จำได้บ้างไหม ส่วนถ้าให้นึกไปในอดีตว่าได้ทำอะไรไปบ้าง มีเหตุการณ์มีรายละเอียดอย่างไร ก็จะคิดออกเพียงเท่าที่สมองอยากจะจำหรือเท่าที่จำได้เท่านั้นเอง แถมยังมีเรื่องราวที่คิดไปเองผสมโรงเข้าไปอีกมาก อดีตที่จำได้จึงไม่ใช่ความเป็นจริงทั้งหมด

ปัจจุบันนี่แหละที่จะให้รายละเอียดแก่เราได้ชัดเจนที่สุด ดังนั้นจงอย่าพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ย่อมมีเหตุปัจจัยของมันเสมอ

 

หมายเหตุเพิ่มเติม

ช่วงของสภาวะปัจจุบันที่ละเอียดขึ้น หากนำไปเทียบกับระยะเวลา ก็เหมือนกับจากเดิมที่เป็นระยะเวลาชั่วอึดใจ มาเป็นระยะเวลาชั่ววินาที สู่ระยะเวลาของเสี้ยวของเสี้ยววินาที ทำให้การนั่งสมาธิที่ดูเหมือนว่านิ่งเงียบไม่ไหวติง จิตกลับทำงานยิ่งกว่าสภาวะปกติเสียอีก จิตที่มีกำลังผ่านการฝึกฝนมาจนคุ้นเคย จะสามารถตามรู้ได้เร็วขึ้นละเอียดขึ้นในสภาพที่เหมือนไม่ได้ใช้กำลัง เพ่งก็เหมือนไม่ได้เพ่ง ต่างจากจิตปกติของคนที่ไม่เคยฝึกมาก่อน

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on June 3, 2009 9:46 AM.

Japan was the previous entry in this blog.

สักแต่ว่ารู้ เป็นอย่างไร is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :