Font s :
Background :

อีกครั้งหนึ่งในชีวิต

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552 ผมและภรรยาและพี่ชายของภรรยา ได้พาเพื่อนชาวอเมริกันชื่อ เจฟ ไปเที่ยวจังหวัดอยุธยา เริ่มจากพระราชวังบางปะอิน วัดชัยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์

พวกเราไปถึงวัดมเหยงคณ์กันในตอนเย็นมากแล้ว ต้องขับรถย้อนกลับมาทางเดิมและถามทางจากชาวบ้านกว่าจะพบวัด เนื่องจากตอนนั้นมีรถบัสนักท่องเที่ยวมาจอดบังป้ายชื่อวัด อีกทั้งทางเข้าวัดอยู่ตรงส่วนพ้นถนนทางโค้งจึงทำให้ครั้งแรกที่ขับรถได้ผ่านเลยไปโดยมองไม่เห็น

พอเลี้ยวเข้าถนนที่นำไปสู่วัดมเหยงคณ์ก็ต้องทึ่งกับสภาพวัดในพื้นที่บริเวณที่ใหญ่กว้างขวางอย่างมาก เป็นสภาพของตัวอาคารเก่าเหลือแต่อิฐแดงเหมือนกับวัดร้างในจังหวัดอยุธยาที่เคยถูกเผา โดยมีอาคารซึ่งน่าจะเป็นโบสถ์ที่สูงใหญ่อย่างมาก มองเห็นแล้วรู้สึกทึ่ง เพราะสูงใหญ่กว่าที่เคยพบในตัวเมืองเก่าเสียอีก

ผมขับรถเข้าไปจนสุดทาง แล้วลงจากรถเพื่อพาเจฟชมบริเวณโดยรอบ มีทั้งอาคารรับสมัครผู้สนใจมาปฏิบัติธรรม อาคารโรงนอนของผู้หญิงที่มาปฏิบัติธรรม ซึ่งในบริเวณนี้เองที่ผมได้ขอเรียนถามวิธีปฏิบัติธรรมของวัดนี้จากพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้ว่าชื่อพี่พรหรือไม่) จากนั้นพี่ได้กรุณาแนะนำให้พบกับพี่สมพงษ์ที่เดินผ่านมาพอดี (ทราบภายหลัวว่า พี่สมพงษ์ คงศิริถาวร เป็นไวยาวัจกรของวัด) พี่สมพงษ์ถามว่าอยากจะพบกับท่านเจ้าอาวาสไหม พวกเราจึงไม่รอช้า เดินตามพี่สมพงษ์ไปยังกฏิของท่านเจ้าอาวาสทันที

JeffMahaeyong.jpg

ผมขอนำธรรมที่ได้เรียนรู้จากหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของวัดมเหยงคณ์ เท่าที่พอจะจำความได้มาเล่าให้ฟังกันดังนี้

  • เจฟเรียนให้ท่านทราบว่า กำลังจะเข้าไปร่วมปฏิบัติธรรมของยุวพุทธ จึงเรียนขอให้หลวงพ่อท่านแนะนำเพื่อจะได้ทำให้เจฟมีความก้าวหน้าในการร่วมปฏิบัติธรรมนั้น
  • หลวงพ่อสุรศักดิ์ ได้เมตตาให้คำแนะนำว่า วิธีฝึกที่ติดตามรู้อาการพองยุบของหน้าท้องนั้น เป็นพื้นฐานที่จะทำให้สามารถใช้จิตตามรู้อาการของกายได้ทัน ซึ่งเมื่อทำได้คล่องแล้วก็ไม่ต้องตามรู้อาการเคลื่อนไหวของหน้าท้องก็ได้
  • ขอให้ใช้จิตตามรู้อาการเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เป็นไปโดยธรรมชาติ เช่น ขณะนั้นถ้ามีลมมากระทบ ก็ให้ตามรู้ว่ามีลมมากระทบ แล้วให้ตามรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการที่มีลมมากระทบนั้นว่าตนเองมีความรู้สึกอย่างไร
  • ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจภายในกายนั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปตีความเป็นภาษาว่า มันเรียกว่าเย็น มันเรียกว่าร้อน พอรู้แล้วก็ให้ปล่อยไป ไม่ต้องติดตามไปรู้หรือให้ชื่อเรียกสิ่งที่รู้นั้นอีก
  • จากนั้นหลวงพ่อได้ถามเจฟให้ทดลองหายใจเข้าแล้วหายใจออกดูว่า ระหว่างอาการหายใจเข้าแล้วหายใจออกนั้น เจฟมีความรู้สึกต่างกันอย่างไร หายใจเข้าสบายกว่า หรือหายใจออกสบายกว่า หรือว่าเฉยๆ
  • ท่านได้อธิบายว่า หากหายใจเข้าอย่างเดียวไม่มีหายใจออกได้ไหม นี่แสดงว่าเรามีความทุกข์ก่อนนะ จากนั้นร่างกายจึงพยายามแก้ทุกข์โดยหายใจออก มันเป็นสภาพที่ไม่แน่นอน ต้องเปลี่ยนแปลงไปเสมอ
  • สมาธิมีการฝึกหลายวิธี บางคนฝึกสมถะก่อนแล้วจึงวิปัสสนา บางคนฝึกวิปัสสนาก่อนแล้วจึงฝึกสมถะ บางคนฝึกวิปัสสนาอย่างเดียวก็ได้
  • สมถะเป็นการฝึกสมาธิที่ไม่ได้แก้ปัญหาของโรค เหมือนกับพอปวดหัวก็ทานยาแก้ปวด ต้นตอของโรคยังคงมีอยู่เหมือนเดิม
  • วิปัสสนาเป็นการฝึกสมาธิที่แก้ที่ปัญหาของโรค จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก
  • ถ้านั่งสมาธิแล้วปวดขา ให้รู้แต่เพียงรู้ว่าปวด แล้วหาตัวผู้รู้ให้เจอ อย่าไปจับแต่ที่ความปวด เปรียบเหมือนเราเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ต้องไปสนใจกับตัวบ้าน แต่ให้หาตัวเจ้าของบ้านให้เจอ
  • การเดินจงกรม จะทำก่อนหลังการนั่งสมาธิก็ได้ แต่ถ้าเดินจงกรมก่อนจะช่วยให้นั่งสมาธิได้ง่ายขึ้น
  • ความสุขจะกลายเป็นความทุกข์ เพราะความสุขไม่จีรังยั่งยืน อย่าพยายามไปยึดติดกับความสุข
  • อาการปีติเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าไปยึดติดอยากได้อาการปีติให้เกิดขึ้นมาอีก

NooYungMahaeyong.jpg

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on April 1, 2009 10:56 AM.

ครั้งหนึ่งในชีวิต was the previous entry in this blog.

การทำจิตให้สงบ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :