Font s :
Background :

ภาวนาพุทโธๆๆๆ แบบไม่ใช่พุทโธเฉยๆ

ในการภาวนาที่เลือกใช้คำบริกรรมว่า พุทโธ พุทโธ พุทโธ ต่อเนื่องกันไปตลอดนั้น เชื่อว่าหลายๆคนอาจภาวนาคำนี้ไปได้พักเดียว จิตใจจะหลุดจากคำว่าพุทโธไปไหนต่อไหนอยู่เรื่อยๆใช่ไหม

ดังนั้นแทนที่จะเอาแต่นึกคำบริกรรมว่าพุทโธอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้หาเหตุกำกับการตามรู้ไว้เสมอ พอตามรู้ทันแล้วจึงค่อยภาวนาว่า พุทโธ

การหาเหตุให้ตามรู้นี้ ไม่ต้องหาเหตุอะไรให้วุ่นวายไปหรอก เพราะจิตของคนเรานี้มันซนเหมือนลิงอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว พอลิงขยับ ให้ตามรู้ว่าเจ้าลิงตัวนี้มันขยับแล้วนะ จากนั้นเราก็ภาวนาว่า พุทโธ

ฝึกตอนแรกๆกว่าจะรู้ว่าลิงมันขยับ ลิงมันก็วิ่งไปไหนต่อไหนไปไกลเสียแล้ว นี่เรียกว่าตามรู้ไม่ทัน ตามรู้ไม่ต่อเนื่อง ตามรู้ไม่ได้ทุกขณะ

ถ้าฝึกไปจนคล่อง อย่าว่าแต่ลิงขยับเลย แค่พอลิงคิดจะขยับ เราก็จะรู้ทันมันก่อนที่ลิงมันจะขยับจริงเสียด้วยซ้ำ พอภาวนาพุทโธ ก็จบ ไม่ต้องเอาอารมณ์หรือความทรงจำในอดีตหรือคิดไปในอนาคตมาสานต่อเข้าไปอีก มันจะจบแค่นั้น อยู่กับสภาวะที่เราเรียกกันว่าปัจจุบันนั่นแหละ ซึ่งว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ปัจจุบันอย่างที่เรียกกัน

การฝึกแบบนี้ใครจะว่าเป็นแต่สมาธิ ไม่ใช่ปัญญาก็ช่างเขานะ ผมเชื่อว่าคนที่มีสมาธิที่ดี เมื่อถึงคราวจะใช้ปัญญา ก็ใช้ได้อย่างรวดเร็ว พอรู้ทัน แพลบเดียวก็จบ เพราะมีฐานของการฝึกตามรู้มีกำลังจิตเป็นอย่างดี ส่วนคนที่เอาแต่ปัญญา ฝึกตามรู้แบบเอาปัญญาเข้าว่า จะใช้ปัญญาได้ช้ากว่า จะทำอะไรๆก็เชื่องช้าไปหมดเพราะต้องคอยตามรู้ให้ทัน หรือรู้ได้แค่สิ่งที่เลือกจะรู้ ส่วนที่ไม่รู้ยังมีอีกเยอะเพราะตามรู้ไม่ทัน

สมาธิกับปัญญาต้องไปด้วยกัน มันเป็นฐานของกันและกัน

Categories

About this Entry

This page contains a single entry by สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ published on February 17, 2009 11:18 AM.

บทพิสูจน์ของสติกับการใช้คอมพิวเตอร์ was the previous entry in this blog.

ธรรมนี้ .... ถูกใจนักหนา is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index.

Font s :
Background :