Circular Calculation แปลเป็นไทยว่า การคำนวณแบบวงกลม เกิดจากการใช้เซลล์ตัวมันเอง นำเข้าไปคำนวณเป็นคำตอบของเซลล์ตัวเอง เช่น ในเซลล์ G13 สร้างสูตรไว้ดังนี้
=E13+F13+G13
ผลจากการสร้างสูตรซึ่งนำตำแหน่งอ้างอิงตัวเองมาใช้ เรียกว่า Circular Reference อาจแสดงผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกัน เนื่องจากขึ้นกับผู้ใช้ว่า กำหนดให้ใช้ Iteration ไว้หรือไม่
ขอให้ตรวจสอบดูว่า จากเมนูคำสั่ง Tools > Options > Calculation > Iteration ถูกเลือกไว้หรือไม่ สำหรับการคำนวณโดยทั่วไป ไม่ควรเลือก Iteration เพื่อทำให้ Excel สามารถเตือนขึ้นมาเมื่อเกิดสูตร circular ผู้สร้างงานจะได้รู้ตัว แล้วหาทางแก้ไขสูตรไม่ให้เกิด circular ขึ้น
หากไม่ได้เลือก Iteration จะพบลักษณะการเตือนหลายรูปแบบ ในช่วงแรกของการสร้างสูตร circular นั้น จะเริ่มการเตือนโดย Excel จะเปิด Help ขึ้นมาแนะนำเกี่ยวกับการคำนวณแบบวงกลม พร้อมกับมีเมนูแสดงตำแหน่งเซลล์ซึ่งมีสูตร circular และจะแสดงคำว่า Circular ขึ้นมาบริเวณแถบด้านล่างซ้ายของจอแทน และเมื่อเลือก sheet ที่มีสูตร circular จะมีคำว่า Circular: G13 ซึ่งเป็นตำแหน่งเซลล์ที่มีสูตร circular กำกับไว้ด้วย จากนั้นให้ไปแก้ไขสูตรในเซลล์ G13 เพื่อไม่ให้มีสูตร circular แล้วจะพบว่า คำว่า Circular : G13 หายไป
แต่ถ้าเลือก Iteration และ file ซึ่งเปิดขึ้นมามีสูตร circular จะไม่พบการเตือนอย่างใดทั้งสิ้น ขอให้สังเกตว่า แถบด้านล่างซ้ายสุด จะมีคำว่า Calculate แสดงขึ้นมาตลอดเวลา นี่จึงเป็นเครื่องเตือนให้เราทราบได้เหมือนกันว่า file ที่เปิดขึ้นมานั้น ต้องมีสิ่งผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจาก คำว่า Calculate นี้จะหายไปเมื่อเรากด F9 เพื่อสั่งคำนวณ
การเลือก Iteration จะติดกับ file ไปตลอด สามารถถ่ายทอดต่อไปยัง file อื่นๆได้ด้วย หากเราเปิด file อื่นตามหลัง file ซึ่งเลือกใช้ Iteration ไว้ ดังนั้น หากไม่จำเป็นแล้วขอให้หมั่นตรวจสอบ file ที่ใช้เป็นประจำว่า ไม่ได้เลือก Iteration เพื่อทำให้ Excel พร้อมเตือนเมื่อเราเผลอสร้างสูตร circular
วิธีใช้ประโยชน์จาก Circular Calculation
Circular calculation ใช้กับปัญหาธุรกิจบางอย่าง เช่น ถ้ากำหนดให้ค่าโฆษณาแปรผันตามกำไร ดังนั้นถ้ากำไรสูง จึงส่งผลให้ค่าโฆษณาสูง แต่เนื่องจากค่าโฆษณาเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้กำไรลดลง จึงทำให้ค่าโฆษณาลดลงตามกำไรไปอีกรอบหนึ่ง พอค่าโฆษณาซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายลดลง ก็ส่งผลให้กำไรสูงขึ้น แล้วค่าโฆษณาก็สูงขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรคำนวณกลับไปกลับมาไม่มีที่สิ้นสุด
เฉพาะเมื่อต้องการแก้ปัญหาประเภทวงกลมนี้เท่านั้น เราจึงค่อยเลือกใช้ Iteration โดยสามารถเปลี่ยน Maximum Iterations ให้สูงเกิน 100 ซึ่งควบคุมจำนวนรอบที่ Excel จะใช้ในการหาคำตอบให้ เพื่อใช้แก้สูตรประเภทยกกำลัง ถอด root หรือคำนวณตรีโกณ ส่วน Maximum change จะควบคุมให้การคำนวณดำเนินไปหลายๆรอบได้ จนกระทั่งผลการคำนวณรอบนั้นๆ มีค่าแตกต่างจากผลรอบก่อน น้อยกว่า .001 แล้วจะหยุดคำนวณ
สำหรับโจทย์ทั่วๆไป เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Maximum Iterations กับ Maximum change
ผลจากการเลือกใช้ Iteration จะคำนวณหาคำตอบที่ต้องการให้โดยไม่ยาก เมื่อได้คำตอบแล้ว แนะนำให้สั่งพิมพ์ แล้วจัดเก็บ file แยกต่างหากจาก file ทั่วไป เพื่อเป็นข้อสังเกตให้ระมัดระวังเมื่อเปิด file ขึ้นมาใช้ และเมื่อใช้งานเสร็จ ปิด file ไปแล้ว ขอให้ตรวจสอบ file อื่นๆซึ่งเปิดใช้ร่วมกันด้วยว่า ต้องไม่มี Iteration ติดไป
วิธีสร้างสูตร MAX เก็บค่าสูงสุดในอดีต
- กำหนดชื่อตารางเก็บตัวเลข เช่น ตั้งชื่อตารางว่า MyRange
- ใช้เมนูคำสั่ง Tools > Options > Calculation > กาช่อง Iteration
- เลือกเซลล์ซึ่งต้องการให้เก็บค่าสูงสุดในอดีต เช่น ในเซลล์ A1 สร้างสูตรลงไปว่า =MAX(MyRange,A1)
